Thursday, December 7, 2006

Convert Mobile Number to 08

ในที่สุดก็ถึงวันที่ต้องเปลี่ยนกันจริงๆแล้วสำหรับเบอร์มือถือในบ้านเราให้เป็น 10 หลัก (08 XXXX-XXXX) ผมไปเจอโปรแกรมเล็กๆตัวหนึ่งที่ใช้ convert เบอร์ที่เก็บใน pocket pc โดย convert ได้ทั้งเบอร์ที่อยู่ใน contacts ของ pocket pc เองและเบอร์ที่เก็บอยู่ใน SIM ลองใช้ดูแล้ว work ดีครับ ไป download ได้ฟรีที่นี่เลยครับ และขอขอบคุณคน develop ด้วยครับ

http://www.nuuneoi.com/projects.php?read_id=2?

Monday, November 27, 2006

Recommended Media Player Classic

ผมเจอโปรแกรม Media Player + Codec ตัวหนึ่งที่ http://www.k-litemegacodecpack.com/ ขอแนะนำจริงๆครับเพราะเล่นไดุ้ทุก format ทั้ง mp3, ape, etc. ที่ windows media player เล่นได้, ที่ Real Player เล่นได้, ที่ Quick Time เล่นได้ รวมถึง divx และ xvid ทำให้ไม่ต้องลงหลายโปรแกรม แถมยัง free อีกด้วย ผมใช้มาสักพักก็ OK เลยที่เดียว แต่ให้ลงแบบเต็มนะครับถึงจะใช้ได้ครบทุก format ขนาด download ประมาณ 32 MB

Me.Dium Contextual IM

ผมมาเจอ IM(Instant Messenger) concept ใหม่ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว เป็น IM แบบที่เราสามารถเห็นได้ว่า Web Sites ที่เกี่ยวข้องกับ Web ที่เราเข้าอยู่มีคนเข้าอยู่มากน้อยแค่ไหน และสามารถ Chat คุยกับคนที่เข้า Web พวกนี้อยู่ได้ทันทีเพื่อเรื่องราวต่างๆ (อยู่ใน Context ใกล้เคียงกัน) ได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถรู้ได้ด้วยว่าคนที่เรา define ว่าเป็น Friends กำลังเข้า web อะไรอยู่ ทาง Me.Dium เค้าเปรียบไว้ว่าเหมือนเราเดินไปตามถนนเพื่อจะเลือกร้านอาหารกิน แล้วไปเจอสามร้าน ร้านหนึ่งคนแน่นคึกคัก ร้านหนึ่งไม่มีคนเลย อีกร้านหนึ่งมีแค่สองคนแต่เป็นเพื่อนของเรา คุณจะเลือกเข้าร้านไหน ประเด็นก็คือ คนหรือ community นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันของคนเรา ซึ่งทาง Me.Dium ก็พยายามเอา concept นี้เข้ามาใช้ในโลก online โดยในการใช้งานจะต้อง download ตัวโปรแกรม IM มาลงที่เครื่องและก็สร้างเครือข่ายของเพื่อนให้มากๆนั่นแหละครับถึงจะเห็นภาพจริงๆ

ผมนับถือในความคิดใหม่ๆนี้มาก สองเรื่องที่ผมคิดขึ้นมาทันทีก็คือ ผมไม่แน่ใจว่าส่วนใหญ่เราต้องการให้คนอื่นรู้มากแค่ไหนว่าเราเข้า Web อะไรอยู่แม้จะเป็นในกลุ่มเพื่อนก็ตาม บางช่วงก็อาจจะ OK แต่บางช่วงเราก็อาจไม่ต้องการเปิดเผยและต้องการความเป็นส่วนตัว เส้นแบ่งตรงนี้จะเปลี่ยนมาเป็นความยากง่ายในการใช้งานได้ดีแค่ไหน คงต้องลองดูกัน อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ผมว่าคงมีอีกหลายความคิด ที่พยายามเอาความเป็น community ในชีวิตจริงมา adapt เข้ากับโลก online ซึ่งวันหนึ่งน่าจะต้องเจออะไรที่ click แน่นอน

ถ้าใครต้องการ invite ก็ leave email ไว้ได้ครับเดี๋ยวส่งไปให้

FeedDemon versus Bloglines

ผมใช้ Bloglines มาตลอดและก็ค่อนข้างพอใจโดยรวม มีอยู่อย่างเดียวที่ไม่ค่อยชอบก็คือเวลาเปิดแต่ละ feed แล้วมันจะ set news items ทั้งหมดว่าเป็น read คืออ่านแล้วและพอเข้ามาอีกทีก็จะไม่เห็นแล้ว แม้ว่าจะเลือก Keep New แต่ละอันได้ แต่สำหรับบางทีที่ผมแค่เข้ามาดูว่ามีหัวข้อคร่าวๆอะไรบ้างยังไม่ต้องการอ่านจริงๆ การที่จะต้องมานั่ง tick Keep New ทีละอันก็ไม่ไหวเหมือนกัน เคยลอง Mark All New แต่รู้สึกว่าจะทำได้ครั้งเดียวนะครับ

ได้ยินชื่อ FeedDemon มานาน เสาร์อาิทิตย์นี้เลยลองใช้ดู ก็ไม่เลวเหมือนกัน sync. กับ Bloglines ได้ แต่ผมไม่ค่อยชอบให้ sync. เท่าไรเพราะมีหลักการทำงานอันหนึ่งที่แตกต่างและค่อนข้างสำคัญดังนี้ ใน Bloglines นั้นถ้าเรา set item ไหนให้เป็น Keep New มันก็จะอยู่ใน Bloglines ตลอดไป ผมเข้าใจว่าคงจะมี Limit ว่าไม่ให้เกินกี่ items แต่ผมคิดว่ามันเยอะเกินพอ ส่วน feeds ที่เข้ามาใหม่จะรับได้ไม่เกิน 200 ให้สังเกตว่าแยกกันนะครับ ระหว่าง item ที่ต้องการจะเก็บโดยการ Keep New ไว้ กับ feed ใหม่ที่รับเข้ามา

แต่ในส่วนของ FeedDemon นั้น ถึงแม้ว่าเราจะ tick item ไหนว่าอ่านแล้วมันก็จะยังถูกเก็บอยู่ และทั้ง feed items ใหม่ที่เข้ามาและอันเก่าที่มีอยู่ทั้งที่อ่านแล้วและยังไม่อ่าน จะถูกนับรวมกันและเก็บไว้แค่ตามจำนวนที่ set ใน Archive ใน Feed Properties เท่านั้น (Default = 200) ดังนั้นถ้านับรวมกันแล้วเกิน 200 items เก่าๆก็จะถูกตัดออกไปทันที ถ้าจะเปรียบไปก็คล้ายๆกับอยู่ในลักษณะของ Sliding Windows ที่เลื่อนไปสู่ feed items ที่ใหม่ขึ้นเรื่อยๆโดยมีขนาดของ Windows คงที่? วิธีที่จะเก็บ item ที่เราต้องการก็ทำได้โดยเก็บไว้ใน Newsbin ซึ่งจะไปคล้ายกับการ tick Keep New ในส่วนของ Bloglines ครับ

Wednesday, November 15, 2006

New Hard Disk, Old Mainboard

ผมซื้อ Hard Disk 250GB/7200RPM/8MB ของ Seagate มาเมื่อวานเพื่อมาเปลี่ยนในเครื่อง PC ที่บ้าน ส่วน Hard Disk อันเดิมก็จะย้ายไปเครื่อง PC อีกตัวหนึ่งซึ่งเป็นตัวเก่าเป็น AMD 800 MHz Mainboard ของ Gigabyte ตอนแรกนึกว่าจะง่ายๆ ใส่ปุ๊ปใช้ได้ปั๊ป ปรากฏว่าเสียเวลาอยู่เกือบทั้งคืน ด้วยความที่ลืมพื้นฐานง่ายๆไปซะนี่

Primary vs Extended Partition
ผมใช้ Acronis จัด Partition ให้กับ Hard Disk ตัวใหม่ และก็ไปคิดง่ายๆว่าจะเอา Logical Partitions 2 อัน ก็เลยสร้างเป็น Logical Partition ทั้งคู่ Acronis ก็ดันยอมให้ทำ แต่ไปขึ้น error เอาตอน Commit สุดท้ายเลยไปใช้ Tool ของ Windows XP ตัว Disk Mananagement มาจัดการเลยกลับมาจำได้ว่า Disk แต่ละก้อนนั้นต้องมี Primay Partition อย่างน้อย 1 Partition ก่อนจากนั้นจึงจะมี Extended Partition เพื่อบรรจุ Logical Partition ได้ ...ตายน้ำตื้นครับ

Old Bios Do Not Support Hard Disk > 32GB
พอเปลี่ยน Hard Disk เสร็จผมก็เอา Hard Disk ตัวเก่าขนาด 80GB ไปใส่ใน PC ตัวเก่าปรากฏว่าไม่ได้แฮะ เครื่องมันหาไม่เจอ ไล่ไปไล่มาพบว่า Bios version ที่ใช้อยู่เก่าไปต้องทำการ Update เสียก่อน Web Gigabyte นี่ดีเหมือนกันมีข้อมูลและ Utility ในการ Upgrade ครบและใช้ง่าย ผม Upgrade จาก model 7ZX F8 เป็น 7ZX Fg พอ Upgrade เรียบร้อยก็มองเห็น Hard Disk ทันที

Cable Select vs Master/Slave
สุดท้ายมาติดปัญหาว่าใน Secondary IDE Bus นั้นผมใส่ไอ้เจ้า Hard Disk 80G กับ Combo Drive อยู่และ Set Jumper เป็น Cable Select ทั้งคู่ ปรากฏว่าเครื่องเห็น Hard Disk แต่ไม่เห็น Combo Drive ทำยังไงก็ไม่เห็น ผมเลยลอง Set Hard Disk ให้เป็น Master และ Set Combo Drive ให้เป็น Slave ก็เลยได้ในที่สุด อันนี้คาดว่าก็คงเป็นอะไรที่ง่ายๆเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้มาก่อน สุดท้ายก็เลยเสียเวลาเกือบทั้งคืน

[Edit] เพิ่งรู้เนี่ย ว่าต้องใช้ Cable ให้ถูกประเภทด้วยครับเพื่อที่จะ set เป็น Cable Select ได้

Tuesday, November 14, 2006

Rapidshare Search

ถ้ามีแบบ search ใน rapidshare ก็ดีสิ ที่มีข้างล่างก็ดูจะไม่ค่อยจะ work เท่าไร

http://www.rapidshared.info/index.php
http://rapidfox.net/
http://rapidshared.org/
http://www.megauploaded.org/

Favorite Fonts from f0nt.com

มี fonts สวยๆเยอะแยะเลยที่นี่ อันที่ไล่ดูแล้วชอบคือ

iannnnBK
dY
toxin
peach
fromHome

Saturday, November 4, 2006

Technology Podcasts

These are technology podcasts I listen to regularly:

Security Now
Steve Gibson is really one of my favorites. He thoroughly understands the stuff and make it easy for you to follow.
Twit
Fun to listen to their conversations. Leo Laporte is also a good host.
Inside the Net
Update on what's going on in the Web 2.0 sites. Will be changed to net@night
Diggnation
Digg podcasts.
Engadget
News, updates and reviews on new gadgets

These are the technolgy podcasts I picked up from the internet and to be checked out when I have time

ExtremeTech
The Web 2.0 Show
boagworld.com
Techphile
Lugradio(Linux podcast)
Top5Tech
CNET's Buzz Out Loud(Molly Wood)
Wizard of Technology
itconversations
Geek News Central
Urbancoffiee.net
The World Technology Podcast
Technically Tech Podcast
Geekmuse.net
Binary Revolution Video

Wednesday, November 1, 2006

Intel Core 2 CPU

ผมได้ไปฟังสัมมนา Intel มา สรุปแล้วตอนนี้ CPU ใหม่ล่าสุดของทาง Intel ก็คือ Core 2 Architecture ซึ่งมีหลากหลาย platform และเรียกชื่อต่างๆกันไป สำหรับ desktop ทั่วไปก็คือ Core 2 Duo กับ Core 2 Extreme ซึ่งมี 2 Cores ใน 1 CPU โดย Core 2 Extreme จะมี clock speed ที่มากกว่าคือ 2.93 GHz ส่วน speed ต่ำกว่านี้จะเป็น Core 2 Duo ในส่วนของ Laptop จะเรียกว่า Centrino Duo ซึ่งต้องระวังให้ดีนะครับเพราะจะมีใช้ CPU อยู่สองแบบคือ Core Duo ซึ่งออกมาก่อนหน้านี้และ Core 2 Duo ซึ่งเป็นอันล่าสุดที่เิพิ่งจะออกมา ในส่วนของ Server Platform ก็จะมี Xeon กับ Itanium platform โดยจะมีทั้งแบบ DP (Dual Processor) โดยแต่ละตัวก็จะเป็น Core 2 Duo เพราะฉะนั้นก็จะมี 4 Core และถ้าเป็นแบบ MP (Multi Processor) เช่น 4 Processors ก็จะมี 8 Core จุดเด่นๆของ Core 2 Duo ก็คือมี Performance ดีกว่า ประมวลผลจำนวนคำสั่งต่อ clock cycle ได้มากขึ้น(รู้สึกจะจาก 3 เป็น 4) มีระบบ L2 Cache ที่ share ระหว่าง Core ได้ กินไฟน้อยกว่าเพราะ component ไหนไม่ใช้จะเข้าสู่ low power mode

อีก technology หนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากๆก็คือ Intel vPro ซึ่งเป็นการ bundle หลายๆ component ทั้ง CPU, Network Chipset, Virtualization เข้าด้วยกันเพื่อใช้สำหรับการ manage Business Desktop computer โดยจะแยกการทำงานของ User Partition ออกจาก Service Partition โดยที่ Service Partition นี้ก็จะมี Service OS, Network Stack และมี Web Server อยู่ โดย Service Partition นี้ทำงานอยู่ใต้ OS เปรียบเสมือนเป็น Virtual Machine ที่ System Admin สามารถเข้าไป manage ได้ตลอดเวลา และสามารถสั่ง disable network, reboot, ปิดและเปิดเครื่องได้ โดย User Partition จะมอง network ผ่าน virtual network device แทน (ถูกควบคุมโดย service partition อีกทีหนึ่ง) ดังนั้นถึงแม้ OS จะ crash, system admin ก็ยัง browse เข้าไปดูรายละเีอียด, log และ events ต่างๆได้ผ่านทาง service partition ซึ่งมี web server run อยู่ ผมดู demo ในงานแล้วก็ไม่เลวเหมือนกันและน่าจะเป็น Trend ในอนาคต สำหรับองค์กรที่ต้องจัดการกับเครื่ีอง desktop จำนวนมาก

Scuttle API

I couldn't find the API documentation for Scuttle Bookmarking but seems like it is very similar to the del.icio.us which you can read the help documentation here http://del.icio.us/help/api/ and one undocumented keyword in "all". For example if you want to delete all bookmarks, in the scullte you would run .../scuttle_directory/api/posts_delete?url=all. Note that this will prompt you for the username and password if you have not logged in. Also note that the api file name is different from the del.icio.us ones, so you will have to check which api files are available yourselves in the api directory.

Tuesday, October 24, 2006

T-MPLS

มี technology ใหม่มาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับคือ T-MPLS หรือ Transport MPLS (Multi Protocol Label Switching) ซึ่งเป็นความพยายามของ ITU-T ที่จะสร้าง Transport Network ที่เป็น Packet Based จริงๆ แนวความคิดที่มาก็คือว่าหลังจากที่ ITU-T ได้สร้างมาตรฐานในการส่ง Ethernet Traffic บน SDH Network ให้มีประสิทธิภาพด้วยการมี GFP, VCAT และ LCAS แล้วก็ทำให้อุปกรณ์ Next Gen SDH เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่การใช้ GFP/VCAT/LCAS จริงๆแล้วก็เป็นเพียงแค่การ adaptation เท่านั้น ในการส่งผ่าน SDH Network ก็ยังเป็น Circuit-Based อยู่ดีดังนั้นในแง่ของประสิทธิภาพ ก็ยังไม่ 100% ย่อมสู้การส่งผ่าน Core Network ที่เป็น Packet จริงๆไม่ได้ แต่การจะนำเอา MPLS มาใช้เลยก็มีความซับซ้อนและยุ่งยากในการ Operate และเรื่อง OAM ก็สู้ทางด้าน SDH/WDM ไม่ได้

ดังนั้น ITU-T ก็เลยคิดจะสร้าง Packet-Based Core Network ขึ้นมาโดยพิจารณาระหว่างเทคโนโลยี Ethernet กับ MPLS และเนื่องจาก Ethernet ไม่เหมาะกับ Core Application เนื่องด้วยเหตุผลด้าน QoS และการทำ OAM เทคโนโลยี MPLS เลยถูกเลือก โดยที่แนวทางของ ITU-T ก็คือจะนำเอาเทคโนโลยีของ MPLS เพียงบางส่วนมาใช้แต่จะไม่ใช้ Signaling Protocol โดยจะใช้ลักษณะของการ Setup วงจรผ่านทางระบบ Network Management แทนคือจะเป็นในลักษณะของ Connection-Oriented Packet Based Network และจะเพิ่มเอาเรื่องของ Protection และ OAM ที่มีใน SDH เข้าไป โดยจะสร้างเป็นท่อ Packet-Based ที่เอาอะไรมาวิ่งอยู่ข้างในก็ได้เช่น Ethernet Traffic, MPLS Traffic



ITU-T เองก็มีมาตรฐานสำหรับ T-MPLS แล้วด้วยนะครับคือ ITU-T G.8110.1 พูดถึงเรื่อง Architecture, G.8112 พูดถึงเรื่อง Interface และ G.8121 พูดถึงเรื่อง Equipment Functional Block ทางด้าน IETF ก็ไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไรครับเพราะเป็นการสร้างมาตรฐานเกี่ยวกับ MPLS ขึ้นมาใหม่ซึ่งอาจเป็นผลทำให้ไม่ compatible กัน แต่ล่าสุดก็น่าจะมีแนวโน้มที่จะคุยกันได้และคาดกันว่าจะมีการปรับปรุงมาตรฐาน G.8110.1 ออกมาที่เป็นอันยอมรับกันทั้งฝ่าย ITU-T และฝ่ายของทาง IETF ครับ

My Applications DVD

กันลืมครับ วิธีการทำ DVD ที่บรรจุเอา Windows XP รวมไปถึง Applications ต่างๆที่ผมต้องใช้ มีดังนี้ ขั้นแรก copy files ทั้งหมดจาก Windows XP CD ลงไปใน directory XPCD เสร็จแล้ว copy file applications ต่างๆที่ต้องใช้ลงไปเช่นพวก Microsoft Office, ULead, etc. จากนั้นให้ใช้โปรแกรม Bart's Boot Image Extractor ทำการ extract boot image file ออกจาก Windows XP CD โดยสามารถ download program ได้ที่ BBIE และอ่านวิธีการใช้ที่ BBIE Instruction ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการทำ .ISO image file สำหรับที่จะ burn ลง DVD ขั้นตอนนี้ทำโดยใช้โปรแกรม CDImageGUI โดยใน tab boot ก็ให้ชี้ไปที่ boot file ที่ได้จากขั้นตอนของ BBIE แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จครับ และเพื่อกัน download file ไม่ได้ในอนาคตผมเลยเอามาเก็บไว้ที่ web ของผมด้วยซะเลย
CDImageGUI
BBIE

Tuesday, October 17, 2006

Harddisk Calculation for IP Camera

ผมได้ file ที่มีประโยชน์สำหรับใช้ในการคำณวนขนาดของ harddisk ที่จำเป็นต้องใช้เวลาต้องการอัดภาพ video จากกล้อง IP Camera ที่ resolution และ frame per second ต่างๆมา ไม่แน่อนาคตอาจจะตัองใช้ครับ
recording time.xls

Why the number 709 in G.709

ผมได้ไปฟังสัมมนาของเครื่องมือทดสอบอุปกรณ์พวก SDH/DWDM ของบริษัท EXFO มา เกร็ดอันหนึ่งที่ได้มาที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนก็คือเบอร์ของมาตรฐาน G.709 ว่ามาจากอะไร ก่อนอื่นต้องเล่าย้อนหลังหน่อยว่า ก่อนปี 1996 นั้นมีมาตรฐานอยู่ 3 อันด้วยกันที่ใช้พูดถึง interface ของสัญญาณ SDH คือ G.707, G.708 และ G.709 หลังจากนั้นก็มีการ update มาตรฐานทั้งสามอันนี้ให้ไปรวมอยู่ใน G.707 ฉบับใหม่เพียงฉบับเดียว เบอร์ 709 ก็จึงว่างลง พอมีการคุยกันถึงมาตรฐาน OTN หรือ Digital Wrapper ก็มีการพูดกันถึงว่าจะเพิ่ม Overheads ให้กับสัญญาณ Optical client ที่ระดับต่างๆ โดยที่ระดับ 2.5 Gbps ก็จะเรียกว่า OTU-1 ที่ระดับ 10 Gbps ก็จะเรียกว่า OTU-2 และที่ระดับ 40 Gbps ก็จะเรียกว่า OTU-3 ทีนี้พอเพิ่ม Overhead เข้าไปให้กับสัญญาณในแต่ละระดับแล้วก็เลยทำให้ค่า Gbps มีค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 7% โดยที่ระดับ OTU-2 ซึ่งเป็นระดับที่มักใช้กันมากที่สุดจะมีความเร็วอยู่ที่ 10.709 Gbps ITU-T ก็เลยเอาตัวเลขนี้มากำหนดเป็นเบอร์มาตรฐานครับ

Monday, October 16, 2006

Ellacoya DPI Appliances Tackle Encrypted Traffic

ผมได้เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของ technology การ manage bandwidth อยู่พักหนึ่ง ซึ่งผมสรุปง่ายๆตามประสาผมเองว่ามีวิธีการทำงานอยู่สองลักษณะคือแบบที่เรียกว่า DPI หรือ Deep Packet Inspection กับแบบ Flow-Based แบบแรกคือการเข้าไปดูเนื้อ content ของ packet เลยว่าเป็น protocol อะไร เป็น application อะไร เป็นของ user คนไหน ซึ่งจุดอ่อนของแบบนี้ก็คือไม่สามารถใช้กับ packet ที่มีการ encrypt ได้และต้องเป็น traffic ในลักษณะ symmetry คือเข้าและออกต้องผ่านอุปกรณ์ DPI ตัวเดียวกันเพื่อให้สามารถควบคุมการ manage bandwidth ได้จริง ส่วนแบบ flow-based นั้น ใช้การตรวจสอบ characteristics ของ flow เช่น packet size, interpacket gap และอีกหลายๆค่าเอาเพื่อจะพยายามที่จะแยกแยะว่า flow นั้นเป็น traffic ประเภทไหน เป็น real time หรือ non-real time และพอจะแยกแยะได้ด้วยว่าเป็น traffic ของ application ประเภท peer-to-peer หรือเปล่า การ identify flow แต่ละ flow ก็จะใช้สิ่งที่เรียกว่า 5-tuples คือประกอบไปด้วย source ip address, source ip port, destination ip address, destination port และ protocol id ข้อดีของลักษณะ flow-based ก็คือถึงแม้ว่าจะมีการ encrypt packet ก็ไม่มีผลเพราะยังไงก็ยังมี characteristics เหมือนเดิม ไม่ได้ต้องลงไปดูในเนื้อ packet เหมือนอย่างของกรณีแบบ DPI อีกเรื่องหนึ่งก็คือ traffic ไม่จำเป็นต้องอยู่ในลักษณะของ symmetrical คือสามารถเข้าออกไม่ต้องผ่านอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุม bandwidth ตัวเดียวกัน เพราะจะใช้การทำงานในลักษณะ unidirectional

พอเห็นข่าวว่า Ellacoya DPI สามารถเข้าไปจัดการ traffic ที่ถูก encrpyt ได้แล้วเลยมาเขียน update เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมว่า DPI เก่งขึ้นเรื่อยๆนะ เรื่องที่ต้องพิจารณาก็คือเรื่อง latency และก็เรื่อง scalability เพราะเท่าที่ทราบพวกอุปกรณ์ในลักษณ DPI Applicance นี้มี port Gigabit Ethernet ไม่กี่ port ไม่มี port 10 Gigabit Ethernet หรือ STM-64 เหมือนอย่างพวกอุปกรณ์ flow-based อย่างเช่นยี่ห้อ Caspian

Saturday, October 14, 2006

Recommended Books

ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณประเสริฐ MD ของทาง Global Crossing เป็นบุคคลที่มีแนวคิดน่าสนใจมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับการ treat ลูกค้า น่าเอาเป็นตัวอย่าง คุณประเสริฐแนะนำหนังสืออยู่สองสามเล่มที่น่าอ่านมากไว้มีเวลาคงต้องหามาอ่านกัน

Good to Great
Judo Strategy (audio available from Amazon)
Services Marketing (6th edition now)
Mind Mapping
Six Thinking Hats

DVD Cover Site

http://covers.box.sk/.
http://www.cdcovers.cc/
http://www.cdcoverz.com/
http://www.coveruniverse.com/search.php?q=doom&c=4
http://www.freecovers.net/browse/movies.a.html
http://www.customcdlabels.com/
http://www.generetic.org/
http://www.hirescovers.net/forum/index.php
http://www.lightscribecovers.com/

Japanese Gift Wrapping

วิธีห่อของขวัญแบบญี่ปุ่นนะ
http://www.shimojima.co.jp/English/wrapping/wrap00.htm

Friday, October 13, 2006

UTM

UTM ย่อมาจาก Unified Threat Management ซึ่งรวมเอา firewall, anti-malware, anti-virus, web filtering, intrusion detection เข้ามาไว้ด้วยกันเป็นระบบเดียว ทำให้องค์กรต่างๆที่ต้องการป้องกัน network ขององค์กรไม่ต้องลงทุน และบริหารจัดการกับหลายระบบ vendor ดังๆ หลายเจ้าก็มุ่งทำตลาด solutions อันนี้กันโดยทั่วไม่ว่าจะเป็น Check Point, Cross Beam เป็นต้น

Friday, September 29, 2006

FTTx Overview

เทคโนโลยี PON หรือ FTTx (FTTH, FTTC, FTTB for Fiber to the Home/Curb/Building and etc.) ค่อนข้างกำลังมาแรงนะครับ ผมเลยขอสรุปอย่างสั้นๆ สำหรับรูปแบบต่างๆของเทคโนโลยีนี้สักหน่อย ส่วนประกอบหลักๆของ FTTx ก็จะประกอบไปด้วย OLT(Optical Line Terminating Unit), ONT(Optical Network Terminating Unit), Optical Splitter ที่ ratio ต่างๆ เช่น 1:4, 1:8 โดย OLT ก็จะอยู่ที่สถานีของผู้ให้บริการ บน OLT ก็จะมี Port optic อยู่หลายๆ port แต่ละ port ก็จะเป็น fiber เส้นเดียวต่อออกไปนะครับ แล้วก็ไปเข้า Optical Splitter เพื่อแยกออกไปตามบ้านผู้รับบริการแต่ละรายซึ่งจะมีอุปกรณ์ ONT อยู่เพื่อแปลงจาก fiber เป็น user interface ในรูปแบบต่างๆเช่น Ethernet port เป็นต้น fiber เส้นเดียวนี้ก็จะ carry traffic ทั้ง Tx และ Rx โดยจะแบ่งใช้ bandwidth กันในลักษณะ TDM คือแบ่งกันด้วยเวลา ขา downstream จาก OLT ไป ONT ก็จะเป็นลักษณะ broadcast ออกไป ส่วนขา upstream สำหรับแต่ละ ONT ก็จะต้องมีการรอจังหวะ timeslot ของตัวเองเพื่อจะส่ง traffic ออกไป

เทคโนโลยี FTTx นั้นในปัจจุบันมีอยู่สามแบบหลักๆด้วยกัน เรียกกันสั้นๆว่า BPON, GPON และ EPON (หรือ GEPON) BPON จะเป็นแบบ ATM-Based, GPON จะเป็นลักษณะ ATM บวกกับ Ethernet ส่วน EPON นั้นก็จะเป็น Ethernet Based เต็มๆ ล่าสุดนั้นมี WDM PON หรือ LambdaPON โดยแทนที่จะเป็นการแบ่งใช้ bandwidth ในลักษณะ TDM ก็จะเป็นการแบ่งไปคนละ Lambda เลย ซึ่งก็ทำให้มีข้อดีอยู่มากพอสมควรเช่น protocol transparent, แต่ละ ONT ได้ bandwidth สูงถึง 1.25 Gbps (ที่มีขายอยู่ตอนนี้นะครับ) และก็ทำการ guarantee QoS และ Security ได้ชัดเจนกว่า แต่ก็แน่นอนครับข้อเสียตอนนี้ก็คืออุปกรณ์มีราคาแพงกว่ามากนั่นเอง

Tuesday, September 26, 2006

Vgx.dll Vulnerability

ได้รู้จาก security now podcast ว่ามี bug ใน vml (vector markup language) parser, vgx.dll ซึ่งใช้โดย windows และ IE ซึ่งจะทำให้เกิด buffer overrun และทำให้ web site ที่เข้าไป visit download code เข้ามาในเครื่องเราได้แม้ว่าเราจะ disable javascript อยู่ก็ตาม โดยในขณะนี้ยังไม่มี patch ออกมาจากทาง Microsoft ทั้งนี้ตอนนี้สามารถป้องกันตัวเองได้ไปก่อนโดยการ unregister เจ้า dll ตัวนี้ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบเท่าไรเพราะยังมีน้อย web site ที่ใช้ VML พอ Microsoft แก้ปัญหาได้แล้วค่อย register กลับคืนอีกทีึหนึ่ง ผมเลยต้องจดวิธี register กับ unregister ไว้ก่อนกันลืม

การ unregister:

regsvr32 -u "%CommonProgramFiles%Microsoft SharedVGXvgx.dll"

การ register:

regsvr32 "%CommonProgramFiles%Microsoft SharedVGXvgx.dll"

Sunday, September 10, 2006

Mobile Virtual Network Operator (MVNO)

MVNO หรือ Mobile Virtual Network Operator คือ Operator ที่ไม่มี network infrastructure เป็นของตัวเองแต่อาศัยโครงข่ายของ mobile operator ที่มีอยู่แทน ในสมัยแรกๆ MVNO จะอยู่ในรูปแบบของ reseller คือมีหน้าที่หลักๆคือทำตลาด ขาย และดูแลลูกค้า ตัวเองไม่มีอุปกรณ์ใดๆทั้งสิ้น พึ่ง operator หลักทั้งหมดรวมถึง services แบบต่างๆด้วย MVNO แบบใหม่จะอยู่ในลักษณะที่เรียกว่า full infrastructure MVNO คือตัวเองจะมีอุปกรณ์สำคัญๆอยู่ด้วยโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการทำ services ใหม่ๆ เช่นอาจจะมี switches, HLR, CRM, ระบบ Billing และระบบ services platform เป็นต้น โดย MVNO ในลักษณะนี้ก็จะสามารถสร้าง services ใหม่ๆได้เองโดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับ operator หลัก และส่วนใหญ่ MVNO เหล่านี้มักจะมีพื้นมาจากทาง ip broadband services จึงอาจมี ip network อยู่แล้ว ซึ่งก็จะทำให้นำเอา ip services ต่างๆมาดัดแปลงให้สามารถให้บริการผ่าน mobile device ได้ด้วย ดังนั้น MVNO เหล่านี้จึงจะมีบทบาทสำคัญมากในการคิดค้น killer applications และในการนำเทคโนโลยี FMC (Fixed Mobile Convergence) มาใช้

Monday, August 14, 2006

New Home Inspections

เวลาซื้อบ้านใหม่มีเรื่องที่ต้องตรวจดูดังนี้ (ลอกมาจาก webboard หลายๆที่ เช่น pantip.com, homedd.com)


สีกำแพงลอก,ประตูรั้วลอกเป็นสนิมและลอก, Wallpaper แหว่งและขาดหลาดจุด ท่อน้ำอ่างล้างจานในครัวรั่ว คันโยกสวิทช์มอเตอร์ประตูรั้วอัตโนมัติที่หัวคันโยก กับรูกุญแจขึ้นสนิทเกรอะ จนสอดลูกกุญแจเข้าไปไม่ได้ http://www.pantip.com/cafe/home/topic/R4629551/R4629551.html

เพดานทุกชั้นมีน้ำรั่วซึมหรือเปล่า หน้าต่างอลูมิเนียมบางบานยังเปิดปิดไม่ค่อยดี ปัญหาน้ำซึมจากใต้หลังคาไหลลงมาตรงปาร์เก้ชั้น 3 หลังคารั่วเวลาฝนตก ผนังด้านข้างแตกน้ำซึม กรอบหน้าต่างน้ำซึม มีรอยปูนแตกเป็นทางยาวบันไดที่ปูไม้ด้านบนก็เผยอแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ผนังหลังบ้านแตกลายงาทั้ง 3 ชั้นภายในไม่ได้ฉาก บันไดเอียง ยาแนวกระเบื้อง เปลี่ยนประตูที่มันลอยมาก การติดตั้งบานอลูมิเนียมไม่ค่อยเรียบร้อย กำแพงรั้วหลังบ้านร้าวเป็นทางยาวไปครึ่งนึงแล้ว รอยร้าวกว้างมาประมาณ 2 ซม ลองใช้เหรียญเคาะที่พื้นปาเก้ดูสิเสียงก๊อกๆไม่แนบพื้น การฉาบมุมต่างๆ บันได ใต้พื้น ก็ใช้เศษวัสดุถมๆ (เช่น ลังกระดาษ โฟม ฯลฯ ซึ่งถ้าไม่ได้ซ่อมแซมบ้านก็อาจไม่เห็น) กระเบื้องปูไม่เสมอ ไม้ที่บันไดมีรอยมาก ผนังฉาบไม่เรียบเลย มุมเสาก็ไม่ได้ฉาก ทาสีบางบ้างหนาบ้าง, น้ำซึ้มเขามาทางหน้าต่างเวลาฝนตก


งานบันได บัวค่อนข้างมีปัญหามากถึงมากที่สุด บันไดยื่นมากบ้างน้อยบ้าง ลาย มีรอยขีดลึกเพราะเค้าไม่ได้เอากระดาษลูกฟูกรองกันให้ เดินกันไปมาลากของขูดขีดเต็มไปหมด ลูกกรงบันไดแตกแถว คดเข้าคดออก บัวรอยต่อไม่เรียบไม่เสมอ ประตูมีรอยเยอะโป๊วยังไงก้อไม่เนียน กรอบหน้าต่างประตูไม่เรียบร้อย งานบัว ซับวงกบประตู หน้าต่าง ฝ้า ไม่ค่อยเรียบร้อยครับ ราวบันได และ เคาเตอร์ไม้ ชั้น1 (กลางบ้าน) มีรอยค่อนข้างหนัก

1. ณ วันที่ไปดู ทาง sale หรือ ผู้จัดการที่ดูแลโครงการ จะเข้ามาเอา บ้านในอุดมคติของเรามายัดเยียดให้ ไม่ว่าคุณต้องการอะไรเค้าจะหาให้คุณได้ทุกอย่าง บางครั้งและส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เช่น บางโครงการอาจจะไม่มีฝักบัวในห้องน้ำให้คุณ เค้าก็บอกว่าจะนำมาติดให้ภายหลัง หรือ ทางในห้องน้ำของคุณไม่มีสายไฟที่เอาไว้ต่อสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นหรือ เครื่องทำน้ำร้อน เค้าก็จะบอกว่าจะเดินสายไฟให้ภายหลัง หรือ หากบ้านคุณมีสวนหรือในใบโบรชัวร์เขียนเอาไว้ว่า จัดสวนสวยให้ฟรี นั้น แท้จริงแล้วทางโครงการไม่สามารถทำได้อย่างที่เค้าพูดเอาไว้ในวันแรกที่คุณ จะซื้อได้เลยสักประเด็นเดียว หรือ ทำให้แต่ไม่ดีอย่างที่คุณคาดหวังเอาไว้ ผมเองก็เข้าใจ บางครั้งก็มีลูกค้าบางคนบ้างที่อาจจะต้องการในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่ลูกค้าเค้าหวังเอาไว้คือ เมื่อลูกค้าคิดจะซื้อบ้าน (ราคาก็ไม่ได้ถูก) ก็ต้องการในสิ่งที่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปเท่านั้น ส่วนใหญ่ ทางโครงการจะเป็นเช่นนี้เสมอแล้วส่วนใหญ่ทางลูกค้าก็จะลืมประเด็นนี้ไป เพราะฉะนั้น กฎข้อ 1 ในการเลือกซื้อบ้าน หากเค้าจะให้อะไรกับคุณหรือสัญญาว่าจะให้ทางโครงการเขียนออกมาเป็นลาย ลักษณะอักษรทั้งหมดทุกเรื่อง แล้วต้องระบุด้วยว่า "ไม่มีการเสียเงินเพิ่มเติม" ที่สำคัญต้องเก็บลักษณะอันนี้เอาไว้แล้วก็ให้ระบุอยู่ในสัญญาซื้อขายหรือ แนบท้ายด้วยก็ได้ จะให้ดีให้ทางผู้จัดการโครงการเป็นผู้เซ็นรับทราบ ไม่ควรให้sale หรือ ใครหน้าไหนก็ตามที่เป็นลูกน้อง ลูกกระจ๊อก มาเซ็นเด็ดขาด เพราะหากไม่ให้คนที่เป็นผู้จัดการเซ็นรับทราบแล้วนั้น จะมีปัญหาภายหลังในกรณีที่ว่า "ทางผู้จัดการไม่อนุมัติ หรือ ผู้จัดการไม่รับทราบ เป็นการกระทำไปโดยพละการของพนักงาน" ถ้าหากเค้าดูท่าทางแล้วคุณสนใจ เค้าจะเร่งรัดให้คุณทำสัญญาจองโดย ทุกอย่างที่เข้ารับปากคุณว่าจะทำให้นั้น มันจะกลายเพียงแค่ลมปาก หากคุณไม่ให้เค้าเขียนเอาไว้เป็นลายลักษณะอักษร อย่าลืมข้อนี้เป็นอันขาด

2. เมื่อจะทำสัญญาซื้อ-ขายบ้านนั้น ให้ทางลูกค้าอ่านเอกสารให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน (ดีกว่ามาเสียน้ำตาทีหลัง) อย่าเร่งรีบทำสัญญา หากมีสิ่งไหนที่คุณขอไปแล้วหรืออันไหนไม่เข้าในให้เค้าอธิบายและ ยึดหลัก ข้อ1 ทำสิ่งที่เค้าพูดให้เป็นลายลักษณะอักษร อย่าไปเชื่อลมปากของคนพวกนี้โดยเด็ดขาด หากคุณอ่านแล้วพอใจในสัญญาค่อยเซ็น หากให้แนะนำ ให้คุณเข้าไปดูบ้านหลังนั้นอีกครั้ง ใช้เวลาอย่างน้อย30 นาที ที่เข้าไปดูในแต่ละห้อง แล้วจิตนาการว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในห้องนั้นแล้วจะต้องใช้อะไรบ้าง แล้วให้เผื่อเอาไว้ว่า ถ้ามีเตียง ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ จะเป็นลักษณะอย่างไร หากดูแล้วไม่มีปัญหาค่อยลงมือทำสัญญา

3. ก่อนที่จะทำการโอนบ้านไม่ว่ายังไงก็ตามให้เค้าเร่งรายการที่ยังไม่ได้ทำให้คุณนั้นให้เสร็จเสียก่อนที่จะทำการโอน เพราะ ส่วนใหญ่ทุกครั้ง100% ทางโครงการจะบอกคุณว่า "จะทำดำเนินการให้หลังจากที่โอนแล้ว" หรือ "ยังดำเนินการให้ไม่เสร็จขอผลัดเป็นหลังโอนจะได้ไม๊" หากเป็นเช่นนั้นไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำการโอน อย่าใจร้อน เงินก็เงินเรา หากกู้Bank มาก็จงพึงคิดเอาไว้ว่า หากเชื่อคนพวกนี้ เค้าไม่ได้มาเป็นหนี้กับเราไปด้วย เพราะฉะนั้นอย่าหลงเชื่อคนพวกนี้โดยเด็ดขาด จำเอาไว้ว่า "อ้อยเข้าปากช้างเข้าไปแล้วไม่มีทางที่จะคายคืนออกมาให้ง่าย"

4. หากทางโครงการยังดึงดันที่จะให้ทำการโอนเสียก่อน ก็กลับไปข้อ 1 ให้ทำรายการทุกอย่างออกมาเป็นลายลักษณะอักษร แล้วทำการตรวจเช็คงานเสียก่อนที่จะรับบ้าน ผมมีรายการวิธีตรวจเช็คอย่างง่ายๆ เบื้องต้นอาจจะไม่ครบถ้วนตามกระบวนแต่หน้าจะเป็นแนวทางให้ท่านอื่นๆ ได้นำไปใช้บ้าง เช่นดังต่อไปนี้

เรื่องน้ำ

1. เริ่มจากน้ำ ให้ไปเปิด-ปิด ก๊อกน้ำทุกหัว (ย้ำว่าทุกหัว) ในบ้านแล้วลองปิดดูว่าน้ำรั่วหรือไม่ มีรอยรั่วจากตรงไหนบ้าง หากปิดก๊อกน้ำทั้งบ้านแล้ว ให้เดินไปที่ มิเตอร์น้ำ ไปดูว่า มิเตอร์หมุนหรือไม่ หากมิเตอร์หมุนให้ทำการตรวจเช็คแสดงว่ามีท่อน้ำรั่วที่ไหนสักแห่งในบ้าน [ห้องที่มีก๊อกน้ำ ห้องน้ำทุกห้อง อ่างล้างหน้า สายชำระ ชักโครก ห้องครัว (ตามsink ล้างจาน) สนามพื้นหน้าบ้าน (ก๊อกน้ำฉีดรดน้ำต้นไม้) ]

2. เอากระป๋องน้ำไปด้วย ใบใหญ่ๆ ที่ใส่น้ำได้สัก 5 ลิตรเป็นอย่างน้อย แล้วเติมน้ำใส่กระป๋อง เอาไปเททุกที่ที่มีทางระบายน้ำว่าน้ำระบายออกได้สะดวกหรือไม่ มีการขังหรืออุดตันตรงไหนหรือเปล่า (ห้องน้ำทุกห้อง ระเบียงห้อง หน้าบ้าน)

3. ปั้มน้ำ ให้ลองเปิดน้ำดูแล้วเดินไปที่ปั้มน้ำว่ามีเสียงการทำงานของปั้มหรือเปล่า น้ำแรงแค่ไหน

4. รายการของที่ต้องมีในห้องน้ำ
4.1 อ่างล้างหน้า พร้อมก๊อกน้ำ
4.2 ชักโครง และสายชำระ
4.3 ที่ใส่กระดาษชำระ
4.4 ที่แขวนผ้าเช็ดตัว
4.5 ก๊อกน้ำและฝักบัว
4.6 ฝาปิดท่อน้ำแบบกันกลิ่น

เรื่องไฟฟ้า

1. เรื่องการเช็คไฟฟ้า ไม่ยากเลย ทำเหมือนกับน้ำ คือ เดินเปิด-ปิดไฟทุกดวงในบ้าน มีดวงไหนขาดไปหรือเปล่า ถ้าขาดให้เปลี่ยนให้ทันที หรือว่า จะย้ายดวงไฟตรงไหน ให้หรือจดเอาไว้แล้วเพิ่มในรายการตรวจรับบ้านได้

2. ปลั๊กไฟให้เอาไขควงวัดไฟจิ้มที่ น๊อต ดูว่ามีไฟรั่วมาที่น๊อตหรือเปล่า หลังจากนั้น ให้ใช้ไขควง 4 แฉกเปิดปลั๊กไฟทุกจุดออกมาดูว่าเค้ามีการเดินไฟเอาไว้กี่เส้น ต้องมีสายดินต่อเอาไว้ เปิดออกมาแล้วจะเห็นสายไฟ ต้องมี 3 เส้น พอเสร็จแล้วให้เอาไดร์เป่าผมเสียบแล้วลองใช้ดูว่ามีปลั๊กไฟอันไหนบ้างไม่มี ไฟ

3. เดินไปดูที่ห้องน้ำมีการเดินสายไฟเอาไว้ให้สำหรับ เครื่องทำน้ำอุ่นหรือยัง หรือหากห้องไหนมีอ่างอาบน้ำแล้วคุณจำเป็นต้องใช้เครื่องทำน้ำร้อน ก็ต้องให้เค้าเดินสายไฟให้ก่อนที่จะทำการตรวจรับมอบบ้าน หรือ เป็นไปได้ให้เขียนอยู่ในสัญญาก็ได้ ว่าให้เดินสายไฟให้ฟรี (สิ่งของพวกนี้เราไม่จำเป็นต้องเสียเงิน) แล้วการเดินสายไฟพวกนี้ก็เหมือนกันให้เดิน3 เส้น (มีสายดิน) แล้วที่สำคัญ ต้องมี breaker ให้ด้วย อยู่หน้าห้องน้ำก็ได้ หากโครงการบอกว่า ตู้ไฟเดียวนี้เค้าแยกจุดให้แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจ ให้เค้าทำให้เราให้ได้ เพราะหากไฟดูดตายขึ้นมาคนพูดเค้าไม่ได้มาตายกับเราด้วย

4. ให้ปีนขึ้นไปดูใต้หลังคา ก่อนจะปีนให้เอาปิด main breaker แล้วเอาไฟฉายขึ้นไปด้วยมีการร้อยสายไฟเอาไว้ในท่อให้เราหรือเปล่า หากไม่มีให้ทำด้วย ไม่ใช่ร้อยสายไฟในท่อเฉพาะในกำแพงอย่างเดียว ใต้ฝ้าก็ต้องร้อยท่อให้เราด้วย เพราะหากหลังคารั่วน้ำมาโดนสายไฟจะเป็นอันตรายกับบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านได้ สายไฟMAIN อย่างน้อยต้องเป็น 16 square/mm หากสูงกว่านี้ได้ยิ่งดี และสายไฟ main ต้องมีไม่รอยทำการตัดต่อเป็นอันขาด หากมีการตัดต่อให้ทางโครงการเปลี่ยนให้ได้ เพราะอันตรายมาก มีโอกาสทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรแล้วเกิดเพลิงไหม้ได้สูง

5. ปิดไฟให้หมดทั้งบ้าน (ไม่ต้องปิด main breaker) แล้วไปดูที่มิเตอร์ไฟว่ามีไฟวิ่งอยู่หรือเปล่า หากมิเตอร์ยังวิ่งแสดงว่ามีไฟรั่วให้ทำการตรวจหาแล้วทำการแก้ไขเสียก่อน

6. หากทางโครงการแถมติดแอร์ให้ฟรี ให้ทำดังนี้ ให้เปิดแอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะสามารถเปิดได้ เปิดให้หมดพร้อมกันทุกตัว สักประมาณ1 ชั่วโมง แล้วเดินไปดูที่มิเตอร์ไฟว่า มันวิ่งแบบน่ากลัวหรือเปล่า หมุนติ้วๆ เป็นลูกข่างหรือเปล่า เพื่อทำการเช็คได้ว่ามิเตอร์จะทำการรับการใช้งานได้หรือเปล่า แอร์ต้องไม่ตัด อุปกรณ์ทุกอย่างต้องไม่ตัด

7. สายดินของ main breaker ถามเค้าว่าฝังเอาไว้ตรงจุดไหน ส่วนใหญ่ 80-90% จะฝั่งให้แต่ไม่ลึก ตามมาตรฐานแล้วต้องฝั่งให้ลึกอย่างน้อย 2 เมตร ส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นเค้าจะบอกว่าเทปูนทับไปแล้ว หากเป็นไปได้ลองเช็คเรื่องนี้ดู ว่าเค้าฝังลงไปลึกเท่าไหร่ หรือไม่ก็ ให้ฝังให้ใหม่ อันนี้ยอมเสียเงินเองก็ได้ เรื่องสำคัญมากเรื่องสายดิน โครงการที่ผมซื้อเนี่ย เค้าฝังเอาไว้แค่2 คืบ ผมเสียเงินฝังเองเลย เป็นท่อทองแดงเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ น้อยก้อยผู้ชายตัวโตๆ เห็นจะได้ แล้วใช้ค้อนปอนด์ตอกลงดินให้ลึกถึงชั้นดิน อย่างน้อยต้องมี2 เมตร

8. หลอดไฟ (downlight) ให้ต่อรองให้ใส่เป็น หลอดประหยัดไฟ หากได้จะดีมาก เพราะหลอดพวกนี้ราคาค่อนข้างสูง 1 หลอด ประมาณ 100 กว่าบาท แล้วแต่ยี่ห้อและขนาดของหลอดไฟด้วย หากมีหลอดไฟสัก 30 หลอด ก็ต้องเสียเงินไปประมาณ เกือบๆ 4 พันแล้ว

9. ปลั๊กไฟนอกอาคาร ต้องเป็นปลั๊กไฟที่มีตัวปิดกันน้ำให้ด้วย เพราะเวลาฝนตกหรือฝนสาดจะได้ไม่เป็นอันตราย

10. กระดิ่งไฟหน้าบ้าน ให้ไขออกมาดูว่าเดินไฟ 3 เส้นหรือเปล่า เป็นรุ่นที่มียางกันน้ำหรือไม่ หรือมีกล่องครอบกันน้ำหรือเปล่า สำคัญมากๆ เพราะ หากกระดิ่งไฟหน้าบ้าน เกิดชื้นขึ้นมา จะทำให้ ท่านที่ติด กล่องsafe-t-cut หรือกล่องยี่ห้ออื่นก็ได้ ไฟจะตัดตลอดหากกระดิ่งชื้น จริงๆ แล้วไม่ต้องติดก็ได้ครับ safe-t-cut เปลืองเงินโดยใช่เหตุหากท่านไปมีใช้อยู่แล้วเกิดปัญหาว่า safe-t-cut ตัดบ่อย 90 กว่า % มาจากสาเหตุนี้ทั้งนั้นเลยครับ

11. ไฟนอกอาคาร หรือ ไฟรอบๆ บ้านควรมีเอาไว้รอบบ้าน ดีกว่านะครับ แล้วท่านที่ต้องการเปิดไปหน้าบ้านให้ไปซื้อสวิทช์เปิดไฟอัตโนมัติ มาให้ช่างโครงการติดก็ได้ครับ ไม่ยากแล้ว อย่าลืม เขียนเป็นลายลักษณะอักษร

งานพื้น

1. ให้เดินลากเท้าเปล่าก่อนดูว่ารอยกระเบื้อง แกรนิต หรือหินอ่อนหรือ แผ่นไม้ หรือไม้ปาร์เก้ที่ปูนั้นเรียบเสมอดีหรือไม่ หลังจากนั้นให้ใส่ถุงเท้าแล้วเดินลากไปตามพื้นเช่นเดิม จะได้รู้ว่ามีรอยอีกหรือเปล่า และตามร่องที่ปูสะอาดหรือเปล่า

2. ให้ใช้เหรียญบาทเคาะดูพื้นว่ามีเสียงพื้นโปร่งหรือเปล่า หากมีให้นำกระดาษกาวแปะทำเครื่องหมายเอาไว้

3. ให้วางลูกแก้วไปบนพื้นหากเป็นไปได้ ควรวางห่างกันอย่างน้อย 10 เซนติเมตร แล้วดูว่าลูกแก้วไหลไปทางไหน หากไหลรวมกันแสดงว่า พื้นเป็นหลุม หากจุดไหนไม่มีลูกแก้วอยู่แสดงว่าพื้นปูด ให้เอากระดาษกาวแปะเอาไว้ เหมือนเดิม

หมายเหตุ - การเคาะอย่ารุนแรงมากแล้วให้เคาะกระเบื้องทุกแผ่นที่ปูได้จะดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นห้องหรือ ห้องน้ำรวมทั้งผนังห้องน้ำที่ปูกระเบื้องด้วย รวมถึงพื้นปาร์เก้ด้วยนะจ๊ะ

ป.ล. พื้นลามิเนต อย่าไปเคาะมันนะ ไม่มีผล

งานกำแพง

1. ให้เดินดูกำแพงว่าสะอาดดีหรือไม่ wall paper ที่ติดเอาไว้เรียบเสมอกันดีหรือเปล่า ดูให้ละเอียดๆ นะ ให้เอาหน้าแนบดูกับกำแพงว่าเรียบเสมอกันดีหรือเปล่า มีกำแพงบุบหรือโป่งหรือเปล่า

2. ตามขอบบัวติดผนังให้เอาไม้บรรทัดวางลงกับพื้นแล้วเลื่อนเล่นเป็นเหมือนรถไฟ หากมีการโป่งหรือเว้าตัวของบัวคุณจะเห็นช่องได้ที่อยู่ระหว่างไม้บรรทัด กับขอบบัว

3. สีนอกอาคารดูให้ทั่วว่ามีรอยร้าวหรือเปล่า มีรอยน้ำหรือเปล่าหากมีแสดงว่าน้ำรั่วให้หาสาเหตุโดยด่วน

4. ตามประตูและหน้าต่างให้ลองเปิดปิดดูทุกบาน ดูว่ามีการทรุดตัวของประตูหรือหน้าต่างหรือเปล่า ลองปิดแบบปล่อยให้ประตูปิดเองจะรู้ได้ทันที ให้ปิดประตูแล้วเอาไฟฉายส่องดูว่ามีแสงลอดหรือเปล่า ลองlock แล้วเปิดดูด้วยกุญแจทุกดอกดูว่าใช้งานได้หรือเปล่า

5. หากมีมุ้งลวดให้ตรวจดูว่ามีรอยขาดหรือเปล่า หากมีให้เปลี่ยนทันที

6. ประตูรั้วหน้าบ้าน ลง lock ดีหรือเปล่า สามารถใช้งานได้จริงหรือเปล่า ลองเปิดและปิดดู แล้วลองดูว่าใส่แม่กุญแจได้หรือเปล่า ลองปิดดู

สายโทรศัพท์อุปกรณ์ที่ต้องมี

1. โทรศัพท์บ้าน อย่างน้อย 2 เครื่อง เอาแบบใช้ถ่านนะ พร้อมสายต่อ

2. เพื่อน คนสนิท หรือ คนทางบ้าน อย่างน้อยอีก 1 คนเช่นกัน1. หลายๆบ้านที่ทางโครงการมีการเดินสายโทรศัพท์เอาไว้ให้ในกำแพง ให้เอาโทรศัพท์ไปต่อดู แล้วยกหูฟังดูแล้วลองคุยกันดู ว่าได้ยินหรือไม่ หมายเหตุ ? การเช็คแบบนี้ไม่ต้องรอให้มีเบอร์โทรศัพท์ก่อนก็ได้


ตรวจงานใต้หลังคา


1. เริ่มด้วยการปืนขึ้นไป ให้ปิด main breaker ก่อนด้วยนะครับ แล้วก็อย่าลืมถุงมือและรองเท้าพื้นยาง ตอนที่ขึ้นไปใต้หลังคาให้ระวัง อย่าไปเหยียบที่โครงฝ้านะครับ ให้เหยียบที่ โครงเหล็กของหลังคาเท่านั้น (โดยเด็ดขาด) เพราะหากไม่เช่นนั้นแล้ว ร่างท่านอาจจะลงไปกองอยู่ที่พื้นด้านล่างได้ หลังจากนั้นให้ใช้ไฟฉายส่องไปให้ทั่วๆ ดูว่า มีแสงลอดมาจากด้านนอกไม๊ (ตามกระเบื้องหลังคา) หากมีเนี่ยให้ทางโครงการรีบมาอุดซะ เพราะ มีโอกาสสูงมากๆ ที่น้ำอาจจะเข้ามาทางนั้นได้เวลาฝนตกหนักๆ

2. หากใต้หลังคามีฉนวนกันความร้อนแล้ว (ส่วนใหญ่จะเป็นแบบแผ่นฟรอยบางๆ) หากมีรอยฉีกขาดให้ทางโครงการมาปะให้ด้วยนะครับ

3. แล้วก็ลองสักเกตดูสายไฟด้วยนะครับ ต้องร้อยอยู่ใต้โครงเหล็กหลังคานะครับ ไม่ใช่ร้อยอยู่เหนือโครงเหล็ก เพราะหากมีไฟช๊อตขึ้นมา ก่อนที่ท่านจะปีนขึ้นไปได้ ไฟอาจจะช๊อตท่านตกลงมาซะก่อนล่ะครับ

และเช็คความถูกต้องของสัญญา

1.ชื่อนามสกุล อายุ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชน
2.แปลงบ้าน ตรงกับที่จองไว้รึเปล่า
3.จำนวนเงินที่จ่ายในวันจอง และจำนวนที่จ่ายในวันทำสัญญา ถูกระบุในสัญญารึยัง
4.ค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด เมื่อไหร่ เท่าไหร่
5.วันโอนบ้านเมื่อไหร่ และระบุด้วยรึไม่ว่า การโอนบ้านทางผู้ขายต้องแจ้งให้ทราบ 30 วันล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
6.ถ้าไม่สามารถโอนได้ตามกำหนด จะถูกปรับเท่าไหร่
7.ถ้าเราไม่ชำระเงินค่างวดตามกำหนดจะถูกปรับเท่าไหร่
8.ดูเอกสารแนบว่ามีโฉนดบ้านรึเปล่า ถ้าไม่มีได้เมื่อไหร่ (ตอนเราทำมีแค่โฉนดทั้งโครงการ โฉนดบ้านเราเองยังไม่ได้)
9.รายละเอียดข้างต้นที่กล่าวมาจะมีระบุในสัญญาการใช้สาธารณูปโภคของโครงการด้วย สัญญานี้จะอยู่ท้ายสัญญาจะซื้อจะขายบ้านนะ เช็คดูว่าตรงกันมั๊ย
10.ถ้าจะเซ็นเอกสาร ให้เซ็นทุกหน้า ของคนอื่นเค้าจะเซ็นตรงมุมขวาล่าง แต่เราชอบเซ็นปิดบรรทัดสุดท้ายของแต่ละหน้า 555 สบายใจ ไม่มีใครมาพิมพ์อะไรเพิ่มได้ (เราอาจคิดมากไป)
11.อ้อ!! อีกอย่างที่สำคัญคือ ราคาที่ดินตรว.ละเท่าไหร่ ให้ทางโครงการระบุด้วย เพื่อกรณีที่ดินขาดเกินจะได้ไม่ (รู้สึกว่า) โดนโกง

ตอนที่เราทำสัญญา เราให้โครงการแก้สัญญาประมาณ 5-6 ครั้ง เนื่องจากคนทำเอกสารไม่รอบคอบเอาซะเลย ผิดนู่นผิดนี่ที่สำคัญ 2-3 ครั้งแรกนั้น ระบุราคาที่ดินตรว.ละเท่าไหร่ แต่หลังจากนั้นไม่ระบุ>>>หมายความว่างัยฟะอืม!! อีกอย่าง จำนวนตรว. ว่ากี่ตรว. นี่ก้ออีกแหละ ครั้งหลังๆ ลงจำนวนตรว. น้อยกว่าครั้งแรก (นิดหน่อยแต่เราไม่ยอม)สรุปกว่าเราจะได้เซ็นสัญญาก้อปาเข้าไป 4-5 เดือน เนื่องจากไม่เรียบร้อยอ้อ!!! แล้วระหว่างที่สัญญายังไม่เรียบร้อย เราไม่จ่ายเงินดาว์นนะ เพราะมีสัญญายังเสี่ยง แล้วถ้าไม่มีสัญญาล่ะ อึ๋ย!!! ไม่อยากคิดเลยไม่รู้คำตอบจะใช่อย่างที่ต้องการรึเปล่านะคะ อาจมีอะไรขาดไป เพราะนีกไม่ออกแล้ว เดี๋ยวคงมีผู้รู้เข้ามาช่วยตอบนะโชคดีค่ะ และดูให้ละเอียดๆ เพราะทุกลายเซ็นคือความรับผิดชอบนะคะ

Home Pump Information

คุณต้นโพธิ์ต้นไทรเขียนเรื่องเกี่ยวกับปั๊มน้ำไว้ดีและเป็นประโยชน์มาก วันหนึ่งต้องได้ใช้ประโยชน์แน่ ผมนับถือคนที่ contribute เยอะๆอย่างนี้จัง
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tonpo&group=17

Tuesday, August 8, 2006

Spybot Allow&Deny Dialog Box

ถ้าใครใช้โปรแกรม Spybot Search & Destroy คงต้องเจอปัญหาปุ่ม Allow กับ Deny มันซ้อนกันจนอ่านไม่รู้เรื่องและ Click ลำบากมาก ผมเจอวิธีแก้จากฟอรัมของเขาใช้ได้ดีและแก้ง่ายมากเลยครับ ยังงงๆว่าทำไม่ทาง Spybot ไม่ทำ patch แก้ออกมาซะเลย ผม copy วิธีการมาไว้ที่นี่กันเผื่อ site นั้นมันหายไป

1.- Download SpybotResHack
2.- Deactivate the TeaTimer
Go into Spybot > Mode > Advanced Mode > Tools > Resident.
Uncheck the following: Resident "TeaTimer" (Protection of over-all system settings)

3.- Use "ResHacker" to open TeaTimer.exe.
4.- Press Ctrl+F and searched for the word: decision

Code:
object cbRemember: TCheckBox
??? Left = 8
??? Top = 160
??? Width = 339
??? Height = 17
??? Anchors = [akLeft, akTop, akRight]
??? Caption = '&Remember this decision.'
??? TabOrder = 2
? end
5.- Change the value "Top" from 160 to 190
6.- Press in "Compile Script" and File > Save
7.- Close the "Resource Hacker" and activate the TeaTimer again

External Harddisk via USB Ports Problem

ผมเจอปัญหา port usb พังมาสองครั้งแล้วครับ ครั้งท้ายสุดสดๆร้อนๆเลยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เป็นเครื่อง desktop ที่บ้านพอเอา external harddisk แบบเล็กสำหรับ notebook มาต่อปรากฎว่าได้กลิ่นไหม้ เปิดเครื่องดูปรากฎว่า chip southbridge ไหม้ไปเรียบร้อยแล้ว โชคดีที่การทำงานอื่นๆยังใช้ได้อยู่ ส่วนครั้งแรกนั้น port usb ของ notebook พังในลักษณะคล้ายๆกัน ผมเลยลองไล่ค้นดูบน web ปรากฎว่ามีหลายคนเจอกรณีแบบนี้เหมือนกัน สาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะว่า external harddisk แบบขนาดเล็กนั้นส่วนใหญ่จะสามารถให้ใช้ไฟจาก USB port ได้โดยมักจะต้องเสียบเข้า USB port โดยมักต้องใช้ถึงสอง port เพื่อให้มีไฟพอ แต่ปัญหาก็อยู่ตรงนี้เองเพราะมันจะดึงกระแสมากจนมักจะทำให้ southbridge chip ซึ่งทำหน้าที่คุม I/O ทั้งหลายรวมถึง USB ด้วยพังได้ง่ายๆ เท่าที่สังเกตุทั้งสองครั้งจะเป็นเพราะผมเอาเจ้า external harddisk นี้ไปเสียบตอนที่เครื่องเปิดมานานๆ เข้าใจว่าคงจะมีความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง และได้อ่านจาก webboard บางที่เขาบอกว่าแม้ว่าเราจะเสียบไฟให้กับ external harddisk แล้วก็ตาม มันก็ยังจะดึงไฟอยู่ดี วิธีแก้ที่ดีที่สุดก็คือให้ใช้ external usb hub ที่เสียบไฟได้แล้วมีกลไกป้องกันเรื่องของ surge ให้กับทั้งตัว hub เองและตัวคอมพิวเตอร์ เช่นผมใช้ของ Belkin ซึ่งค่อนข้างจะดูดีหน่อยและมี adapter ไฟมาให้ด้วย external harddisk ก็จะดึงไฟจากตัว USB hub แทนครับ

Friday, July 28, 2006

User Memory in EPCGen2 Tag

I tested the EPCGen2 Class 1 tag today. Reading the EPCGen2 specification I was under the impression that most of the tag should support the 4 memory banks (TID, EPC, Password, User Memory) already and that I should be able to write a number of info to the User Memory. To my surprise I cannot actually do this. Based on discussion with the vendor, he said most of the EPCGen2 tags do not currently support the writing to this User Memory. It sounds weird to me. Though the standard said optional but this seems to be a basic feature that everyone needs in my opinion. I will appreciate if anyone can let me know if this is actually the case. The singulation mechanism in EPCGen2 (called inventory process in the standard) is pretty cool and fun to follow though.

Thursday, July 20, 2006

VoIP Signaling Protocols Summary

ผมขอสรุปสั้นๆสำหรับคนที่ไม่มีเวลามากแต่ต้องการจะรู้ terminology อย่างคร่าวๆเพื่อเอาไว้พูดคุยหรือเข้าสัมมนาเกี่ยวเรื่อง next gen signaling ของพวก VoIP ครับ ปัจจุบัน VoIP เป็นเรื่องที่ทำกันทั่วไปเรามักจะรู้ว่าขั้นตอนหลักอันหนึ่งของ VoIP ก็คือการ convert สัญญาณ Voice ไม่ว่าจะเข้ามาในรูปของ analog หรือ digital (64 Kbps PCM) circuit oriented ให้อยู่ในรูปของ packet ส่วนขั้นตอนหลักอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของ signaling ซึ่งเราจะต้อง convert มาให้วิ่งอยู่บน ip network ด้วยจากที่เดิมนั้นอาจจะวิ่งอยู่ใน dedicate E1 ระหว่างชุมสายโทรศัพท์เช่นในกรณีของ SS7 signaling เป็นต้น

ส่วนประกอบที่สำคัญของการให้บริการ VoIP นั้นขึ้นอยู่ signaling protocol ที่ใช้ ถ้าเป็น protocol ล่าสุดที่ใช้กันและเป็นที่ตกลงกันทั้งฟากของ ITU และ IETF ก็คือ H.248/MEGACO(ITU เรียก H.248, IETF เรียก MEGACO) ซึ่งจะมีส่วนประกอบหลักๆคือ Media Gateway, Media Gateway Controller(บางทีเรียก Softswitch หรือ Call Agent) และ Signaling Gateway โดย Media Gateway นั้นก็จะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ Trunk Gateway กับ Access Gateway โดยที่ Trunk Gateway ก็จะ interface เข้ากับ interface ระดับ E1 ที่ส่วนใหญ่มาจากชุมสายโทรศัพท์เดิม ส่วน Access Gateway ก็จะ interface ตรงกับ POTS หรือ IAD นั่นเอง ก่อนหน้าที่จะมี H.248 นี้ก็มี protocol ที่เรียกว่า MGCP(Media Gateway Control Protocol) ซึ่งเป็นของทางฟาก IETF แต่เป็นแค่ draft เท่านั้นและตอนนี้ก็หยุดพัฒนาต่อแล้ว

ส่วนถ้าใช้ signaling protocol แบบ SIP(Session Initiation Protocol) ก็จะประกอบไปด้วย SIP end points กับ SIP server โดย SIP end points จะมี intelligence อยู่ในตัวเยอะมากสามารถคุยกันระหว่าง end points ได้โดยตรง เป็น architecture ในลักษณะ peer-to-peer แต่มีข้ัอเสียก็คือถ้าจะต้องมีการ upgrade หรือเพิ่ม features จะต้องมีการเปลี่ยนที่ end points ด้วยไม่เหมือนกับแบบ H.248 ที่ intelligence ส่วนใหญ่อยู่ที่ MGC

สำหรับ signaling แบบ H.323 นั้นเป็น heavy weight protocol ที่ประกอบด้วย protocol ย่อยๆหลายอันเช่น H.225, H.245 โดยจะประกอบไปด้วย Terminal, Gateway, Gatekeeper และ Multipoint Controller Unit สำหรับ H.323 นั้นค่อนข้างยุ่งยาก ซับซ้อน ขั้นตอนเยอะ จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในลัีกษณะ carrier แต่จะเหมาะกับ enterprise environment มากกว่า

Sunday, July 16, 2006

Turn PDA into Card Reader

ใครที่ใช้ PDA น่าจะสนใจโปรแกรมเล็กๆต้วนี้มาก คือโปรแกรมชื่อ Card Export II PDA ของบริษัท Softick พอลงที่ PDA แล้ว ก่อนที่จะทำการต่อสาย sync. ก็ให้เลือกก่อนว่าจะต่อเพื่อ sync. หรือจะต่อเพื่อ access ไปยัง iPaq Store หรือ Storage Card ซึ่งจะทำให้ copy files เข้า Storage Card ได้เร็วเหมือนกับต่อผ่าน USB Card Reader เลยทีเดียว work มากครับ ลองเช็คที่นี่ดูด้วยนะครับ pxdxa

Saturday, July 8, 2006

Satellite Receiver Installation Password

ผมชอบลืมรหัสของการเข้าไป setup installation menu ของเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม UBC อยู่เรื่อยเลยเขียนเก็บไว้หน่อย ถ้าเป็น IRD 5000 ก็ 4252 และถ้าเป็น ABS8976 ก็เป็น 2321

Thursday, June 29, 2006

802.3ah EFM

เริ่มศึกษา EFM (Ethernet in the First Mile) ที่ defined by IEEE 802.3ah คิดว่าน่าจะมีประโยชน์และได้ใช้กันแน่ๆ เพราะอาศัยได้ทั้งสายทองแดงที่มีอยู่แล้วหรือจะเดิน fiber ใหม่ก็ได้ โดยหลักๆแล้ว EFM จะมีอยู่สามแบบด้วยกันคือ EFMC (EFM over Copper), EFMF (EFM over Fiber) และ EFMP (EFM over PON) โดยที่ EFMC กับ EFMF นั้นจะเป็นเทคโนโลยีในแบบ point-to-point ส่วน EFMP นั้นจะเป็นเทคโนโลยีแบบ point-to-multipoint

ในส่วนของ EFMC นั้นในมาตรฐาน 802.3ah ก็จะมีอยู่สองแบบด้วยกันคือ 2BASE-TL กับ 10PASS-TS โดย 2BASE-TL นั้นมีความเร็วอยู่ที่ 2.3 Mbps ต่อคู่ และได้ถึง 5.7 Mbps ต่อคู่ในมาตรฐานใหม่ ซึ่งเทคโนโลยี EFM นั้นมีจุดเด่นก็คือสามารถทำ bonding คือใช้ copper หลายคู่มาประกอบกันเพื่อให้บริการ Ethernet ที่ความเร็วสูงได้ สำหรับระยะทางของ 2BASE-TL นี้จะได้ประมาณ 2.7 กิโลเมตร โดยใช้ coding/modulation มาจากเทคโนโลยี G.SHDSL ส่วน 10PASS-TS นั้นจะมีความเร็วต่อคู่สายที่ระดับสูงกว่ามากที่ 10-100 Mbps ขึ้นกับระยะทางและคุณภาพของสายทองแดง แต่จะมีระยะทางทีสั้นกว่าคือที่ประมาณ 750 เมตร จึงเหมาะกับใช้่ร่วมกับเทคโนโลยีพวก fiber to the curb ในส่วนของ coding/modulation ของ 10PASS-TS นั้น เอามาจาก VDSL/VDSL2

Tuesday, June 13, 2006

Lucent Acuity Strategy

Another new term from Lucentl, Acuity Network Architecture Strategy.


อ่าน ข่าวเมื่อสองสามวันก่อนเจอว่า Lucent มีคำใหม่คือ "Acuity Network Architecture Strategy" เลยเอามาบอกเล่ากัน หลังๆนี้แต่ละเจ้าก็ช่างคิดประดิษฐ์ศัพท์ใหม่ๆออกมากันเหลือเกิน จริงๆถ้ามันไม่มากไปและช่วยให้เป็นอะไรที่เป็นคำรวมๆเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า หมายถึงแนวความคิดหรือกลุ่มของแนวความคิดก็ถือว่ามีประโยชน์ดีครับ จะได้ไม่ต้องพูดกันยาวๆ เช่นเวลาจะพูดถึงแนวความคิดของการนำเอา intelligent control plane เข้ามาใช้ใน optical network โดยมี signaling มีอะไรต่างๆ เราก็มักจะพูดกันสั้นๆว่า "ทำ ason" เป็นต้น สำหรับ Acuity นี้ประกอบไปด้วยแนวความคิดหรือกลยุทธ์สามส่วนด้วยกันครับ


ส่วนแรกคือการ integrate เอาเทคโนโลยี optical กับ ethernet เข้าด้วยกันซึ่งคาดว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ survive ต่อไปในอนาคตเพื่อจะใช้รองรับ ip traffic ได้อย่างดีที่สุด ในส่วนนี้เราจะเห็นว่าล่าสุด Lucent ก็ซื้อ Riverstone ซึ่งเป็น vendor ที่ทำทางด้าน ethernet เข้ามา งานหลักของ Lucent ก็คือทำอย่างไรให้ integrate เข้ากับ optical products ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพที่สุด


ส่วน ที่สองก็คือแนวความคิดที่เรียกว่า "service intelligent access" ง่ายๆก็คือจะต้องสามารถเข้าถึง service ได้จากทุก access technologies ทั้ง wireline และ wireless


ส่วนสุดท้ายก็คือ "policy-based, service-aware QoS" ซึ่งจะต้องสามารถทำให้ network สามารถจัด QoS สำหรับ service ที่ต่างกันได้ ซึ่ง MMAP product ซึ่งเป็น access platform ตัวใหม่ของ Lucent ก็คงจะทำหน้าที่นี้ไป แต่รู้สึกว่า MMAP จะ delay อยู่หลายครั้งแล้วเหมือนกัน ต้องคอยติดตามดูครับ

สุดท้าย acuity แปลว่า ความฉลาดหลักแหลม ว่องไวครับ ;-)

Wednesday, June 7, 2006

PLC Suppliers

Got a list of PLC supplier. Thought I might need this later on.
In House Components:
Adaptive Networks
Cogency
DS2
Echelon
Enikia
Inari
Intellon
Itran
nSine

In House Products:
Corinex Global
Crosstainment
Easyplug
GigaFast
LANergy
Linksys
NetGear
Phonex Broadband
PLCom
PolyTrax IT
PowerNet
SMC Networks

In House Solutions:
Ascom
InovaTech
Main.net/PowerPLUS
NAMS (Nisko)
Xeline (formerly Keyin)
Access Components:
Adaptive Networks
DS2
Echelon
Enikia
Itran

Access Products:
Adaptive Networks
Echelon

Access Solutions:
ArchNet
Ambient Corporation
Amperion
Ascom
Australon
InovaTech
Intracoastal
Main.net/PowerPLUS
MeterLink
NAMS(Nisko)
PowerTec
Xeline (formerly Keyin)



Friday, May 26, 2006

Firefox cannot display some websites

บางทีเวลา้ใช้ firefox เพื่อเข้า web บาง web จะไม่มี error อะไรขึ้นแต่ไม่มีอะไร show ขึ้นมาเลย ผมแก้ไขโดย ไปที่ about:config แล้ว reset ทุก parameters กลับเป็น default ก็สามารถกลับมาใช้ได้ปกติคือเข้า web ได้ ยังไม่รู้ว่าเ้ป็นเพราะอะไร

Thursday, May 18, 2006

Guarding Your PC

หลังจากใช้เวลาศึกษาอยู่พอสมควรโดยอ่านจากหลายๆฟอรั่ม ผมคิดว่าอย่างน้อยจะต้องลง firewall + antivirus + antispyware ทั้งสามอย่างโดยที่ antivirus กับ antispyware นั้นควรจะต้องลงอย่างน้อย 2 ตัวโดยตัวหนึ่งใช้เป็นแบบ protect realtime run อยู่ใน background ตลอดเวลา ส่วนอีกตัวใช้ตรวจสอบเป็นครั้งคราวจะได้ไม่อิงกับ program เดียวเท่านั้น แต่ละส่วนผมแนะนำดังนี้ครับ

firewall : zonealarm ใช้กันอย่างแพร่หลาย
antivirus : nod32 ไม่กิน resources มากและ scan ได้เร็ว มี update บ่อยดีแทบทุกวัน ราคาไม่แพง ใช้ protect realtime ส่วนอีกตัวใช้ kaspersky personal
antispyware : adaware + spybot s&d

แค่นี้ก็น่าจะ ok มากแล้วล่ะครับ แต่ต้องอย่าลืม update บ่อยๆ ด้วยนะครับ เวปที่มีข้อมูลที่ดีที่น่าเชื่อถือได้เกี่ยวกับพวก antivirus, antispyware, firewall และ security ต่างๆ ที่ผมแนะนำที่น่าเข้าไปตรวจสอบ update ข้อมูล ก็พวกนี้ครับ แต่ web หลักๆที่ผมคิดว่ามีข้อมูลเยอะดีและมี links ไปที่ต่างๆเยอะดีคือ http://spywarewarrior.com/ โดยมีแนะนำการป้องกัน PC ที่ทุกคนควรมีที่ http://spywarewarrior.com/rogue_anti-spyware.htm#trustworthy ส่วน link อื่นๆมีดังนี้ัครับ

SpywareInfo
TeMerc Internet Security Site
Ben Edelman
Eric L. Howes
Doxdesk Parasites
Tom Coyote
Counterexploitation
Patrick M. Kolla
Merijn
Javacool
Webhelper
CARMA
Alliance of Security Analysis Professionals (ASAP)
ParasiteWare.com
Wilders.org Security Advisors
NoMoreSpyware
Scumware.com
Thiefware.com
MickeyTheMan
TomCat



Tuesday, May 16, 2006

Windows Genuine Advantage Check

กันหาข้อมูลไม่เจอภายหลังเลยขอ copy มาไว้ก่อน เอาข้อมูลมาจาก http://techtics.iblogzz.com
So lots of people are having a bad time because of the ?This Windows is not genuine etc etc?.

Here?s a workaround:
Removing this is easy. Too easy infact. Click on the start menu and select run and type this:
%windir%\system32\wgatray.exe /u

Click on the start menu again and select run and type: regedit
Navigate to the following key and delete the key

HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon\Notify\WgaLogon
Reboot and enjoy

Or you may then safely delete the following files
Just click on the start menu and select run and type the following

cmd /c ?del %windir%\system32\wgatray.exe?
then this one
cmd /c ?del %windir%\system32\WGAlogon.dll?
and finally this one
cmd /c ?rmdir /s /q %windir%\SoftwareDistribution\Download\6c4788c9549d437
e76e1773a7639582a?

และอย่าลืมอันนี้ด้วย
Open Windows Update, and wait until you can choose between Express or Custom. Then clear the addressbar and paste this in it:
javascript:void(window.g_sDisableWGACheck='all')

Saturday, May 13, 2006

Bookmarking Bookmarking

คิดตกแล้วเรื่อง bookmark scheme จะใช้ spurl.net เพื่อเป็นเสมือน backup ของ bookmark ของ browser และเพื่อให้ access ได้จากทุกที่ เวลา add bookmark ก็จะ add ที่ browser แล้วค่อยมา update เข้า spurl.net แบบ manually สำหรับ bookmark พวกนี้ใช้สำหรับอะไรที่สำคัญ bookmark ในระดับ address ของ website ไม่ใช่เป็นราย topic ของ website ทำให้ bookmarks ในแบบนี้คงจะไม่เยอะเท่าไรทำให้ tagging อาจจะไม่ค่อยสำคัญเท่าไรนัก

ส่วนอะไรที่เป็น bookmark ทั่วๆไปหรือเป็น topic เฉพาะที่น่าสนใจหรือข่าวเด่นๆเป็นครั้งๆไป ก็จะใช้ del.icio.us/anuchit พร้อมทั้งจะได้ tag ได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ search ได้ง่ายเพราะ bookmark ในลักษณะนี้คงจะมีเยอะมากๆ

Now can restore Blinklist backup

Not sure whether you have noticed lately but now you can restore the blinklist backup file (in rss format). There is a new "import from blinklist" menu under the options menu at the top where you can do this. This has tempted me into using this since you can have a tag with spaces while in spurl.net you cannot. It's just the categories capability in spurl.net that still keeps me there.

Friday, May 12, 2006

Encrypt Files/Folders with TrueCrypt

ว่าจะเขียนเกี่ยวกับ truecrypt มานานแล้ว ผมว่าถ้ายกเว้นเรื่องที่ว่าต้องมี user level เป็นระดับ admin เวลาจะ mount files หรือ devices แล้ว อย่างอื่นก็ ok หมด secure มาก หลักการสั้นๆก็คือ truecrypt จะทำการ encrypt drive ทั้ง drive หรือสร้าง file ที่สามารถจะ mount ไปเป็น drive ได้ขึ้นมา (create volume) ข้อมูลที่อยู่บน drive หรือ file ที่มีการ encrypt นี้จะมองดูเสมือนเป็น random data ทั้งหมด ไม่มีทางที่จะพยายามดูด้วย hex หรืออะไรทั้งนั้น ทางเดียวที่จะดูได้ก็คือต้องให้ truecrypt ทำการ mount เข้ามาเป็น drive อันหนึ่ง ซึ่งก็จะต้องมี password ที่ถูกต้อง นอกจากนี้ในขณะที่ mount อยู่นั้น ข้อมูลทุกอย่างที่มีการเขียนลงใน truecrypt container นี้จะถูก encrypt ตลอด จะไม่มีการเขียนข้อมูลที่ถูก decrypt กลับไปใน container นี้แต่อย่างใด ข้อมูลที่ถูก decrypt เพื่อนำไปใช้งานจะผ่านทาง memory อย่างเดียวเท่านั้น เรียกว่าเป็นแบบ On-the-fly encrypt/decrypt

วิธีการที่ผมจะนำมาใช้งานก็คือ ผมจะสร้าง truecrypt container ในแบบ file-hosted แล้วก็เก็บข้อมูลลงใน file นี้จากนั้นผมก็สามารถจะเก็บ file อันนี้ไว้ที่ไหนก็ได้ ไม่มีทางที่ใครจะสามารถดู content ของไฟล์นี้ได้ถ้าไม่มี password ที่ถูกต้อง สำหรับ encryption mechanism ของ truecrypt ก็มีให้เลือกหลายแบบ ถือเป็นโปรแกรมที่เป็นที่นิยมและเป็นที่แนะนำของคนในวงการ security หลายคนเช่น Steve Gibson เป็นต้น

ส่วนเวลาจะ run truecrypt ก็ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมก็ได้ ให้สร้าง executable files ที่ใช้ run ได้เลยจาก tool ที่มีอยู่แล้วในโปรแกรม truecrypt โดยไปที่ menu Tools\Traveller Disk Setup... แล้วก็เลือก location ที่จะให้โปรแกรมสร้างพวก executable files ที่ต้องการ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วย 4 files ด้วยกันคือ Truecrypt Format.exe, Truecrypt.exe, Truecrypt.sys และ Truecrypt-x64.sys เวลาจะ run ก็แค่ double click Truecrypt.exe ก็สามารถจะ mount file ที่เก็บ truecrypt container อยู่ได้


เพราะฉะนั้นผมก็สามารถเก็บไฟล์สำคัญๆไว้บน usb drive หรือ internet ได้ เพียงแค่อย่าลืม copy files 4 files เข้าไปด้วยเพื่อใช้ run truecrypt ก็เป็นอันเรียบร้อย สุดท้ายเป็น feature ที่อยากให้มี คือแทนที่จะต้อง run โปรแกรม truecrypt เวลาต้องการ decrypt เนี่ย น่าจะสามารถมีแบบ self decrypt ได้เลยโดยแค่ double click เท่านั้น แต่ผมว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่โปรแกรมมันทำงานแบบ on-the-fly ด้วยละมั๊ง แต่ยังไงข้อดีก็กลบข้อเสียได้ แล้วก็ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือตัวโปรแกรมเป็น Open Source ด้วย

Wednesday, May 10, 2006

Disabling Windows Services

ลองศึกษาหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตว่าจะสามารถ disable services อันไหนของ windows xp ได้บ้าง ปรากฏว่าสามารถ disable ได้เยอะมาก สุดท้ายผม disable ไปมากกว่าครึ่งจากของเดิม และก็ทำให้ start windows ได้เร็วขึ้นพอสมควร เหลือ services ที่ให้ start อยู่แค่ตามรูปด้านล่าง มีสองสามตัวที่ต้องจดไว้กันลืมที่ไป disable แล้วมีปัญหา


อันแรกคือ DCOM Server Process Launcher ซึ่งพอ disable แล้วเวลา start Microsoft Word แล้วจะมี error ขึ้นประมาณว่า cannot register the document แต่พอมาเปลี่ยนให้เป็นแบบ Automatic เหมือนเดิมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่าลืมเปลี่ยนแล้ว restart windows ด้วย

อีกตัวหนึ่งคือ Print Spooler ซึ่งถ้า disable หรือ manual จะทำให้ printer ทั้งหมดที่ set ไว้หายไปหมด แต่พอ start service ใหม่ก็กลับมาเหมือนเดิม ส่วน service ที่ชื่อ Theme ถ้า disable ไปหน้าตาของ xp ก็จะเปลี่ยนไปบ้าง ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไร (just look and feel)

[Update: May 28, 2006]
เวลาจะ update windows ต้อง enable Automatic Updates กับ Background Intelligent Transfer? Services แล้วต้อง restart นะครับ start services เฉยๆไม่ได้

อีกเรื่องที่ผมว่าจะทำให้ xp เร็วขึ้นบ้างสำหรับเครื่องเก่าที่มี memory น้อยก็คือในส่วนของ Performance Setting เข้าไป set ที่ Computer\Properties\Advance\Performance Setting ของผมเอา options ต่างๆ ออกหมดเหลือไว้แค่สองอันเท่านั้นตามรูปด้านล่าง


อีกอันหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าดูเร็วขึ้น ก็คือ Mouse setting โดย set Motion ให้เร็วที่สุดเท่าที่รู้สึกว่าไม่ขัดอะไร อันนี้อาจจะไม่ค่อยมีผลในแง่ performance เท่าไร แต่ผมว่าให้ความรู้สึกว่าเร็วขึ้นอย่างสังเกตุเห็นได้พอควร

Wednesday, May 3, 2006

Free EFM over Copper Book

บริษัท Zhone Technologies เปิดให้ download หนังสื่อ "The EFM Sourcebook ? The Comprehensive Resource on Ethernet in the First Mile Over Copper" ซึ่งมีรายละเอียดเยอะดีมาก หนาประมาณร้อยกว่าหน้า เชิญได้ที่ link นี้ครับ http://zhone.com/promos/efm/download? ผมเคย download หนังสือ source book ของ xDSL ของ Paradyne มาอ่านแล้ว เขียนได้ดีมากแล้วก็อ่านง่าย ตอนนี้? Zhone ซื้อ Paradyne ไปแล้ว คาดว่า source book ของ EFM อันนี้ก็น่าจะดีเช่นกัน จะพยายามอ่านให้จบในเร็ววันนี้ เผื่อจะได้เก็บข้อมูลมาเขียนด้วย

Monday, May 1, 2006

Scuttle Bookmark

Check this out. I just downloaded this and implement social bookmarking on my site. The download page is here http://sourceforge.net/projects/scuttle/ To make it work on my local developing maching (windows xp/iis/mysql/php5), I had to enable the multibyte string module (php_mbstring.dll) and also did one modification in functions.inc.php line 8 :

original : T_setlocale(LC_MESSAGES, $locale);
changed to : $ret = T_setlocale(LC_ALL, $locale);

This is because the LC_MESSAGES is not supported in my installed PHP. If needed it has to be compiled using something I don't remember but you can check the documentation. It's there.

Hopefully one day I will have time to develop an extended version of the scuttle to be the my ideal online bookmark with the following features:

1. can import bookmarks from browser, add bookmarks to the web and being able to export back into browser keeping the folder structures intact.
2. to do that each bookmark will have to include both categories and tags independently since to keep the folder structure when importing back you cannot do it with tags since one bookmark can have many tags (this is something spurl.net is very good at, unfortunately they always give me the misuse error every once in a while and it's so annoying)
3. can manage posts and tags easily with features like delete all bookmarks, delete all tags, etc.
4. public and private bookmarks

Solve Custom URI Permalinks Problem

I found out how to solve problem with the Custom URI Permalinks in Wordpress now. Earlier when I tried changing the structure of the Permalinks to date and name based (basically more user-friendly url) on my local machine, I always got this error saying "Page not Found". Googled around and corrected the cgi_force_redirect and it still didn't work. On the hosting server it is OK though. Finally I found the way. You have to set the doc_root to your web path in the file php.ini. For example I change mine to "D:\Inetpub\wwwroot\". Then it works like a charm. Commenting it out doesn't work. Oh, don't forget to restart the IIS (iisreset /restart for a quick one).

Saturday, April 29, 2006

Delete all bookmarks in del.icio.us

I did a comparison of social bookmarking sites recently (in Thai) when I was making a decision which one to use. There was no one totally matches my requirement. For example blinklist.com is good but there's no restore feature. del.icio.us is also very good and simple to use but in term of managing the bookmarks and tags, it is not quite as good. You cannot delete all bookmarks, all private tags for example. You cannot manage your private tags at all through the web interfaces. Furl.net gave me error when importing and spurl.net didn't import it at all (they said they will in 24 hours but nothing happened). In fact I got this message after 2 days "Your access to Spurl.net has been terminated as a result of serious misuse of the service." Tried log out and the message was still there. I guess it has something to do with IP of the NAT router of my ISP.

Anyway I finally decided to go with del.icio.us since the interface is simple and I can completely restore the bookmarks backuped by the site. You can also manage your private tags and bookmarks using the API. I also found one undocumented API to delete your tags (http://del.icio.us/api/tags/delete?tag=<your tag name>) which is what I needed. Don't understand why they do not put it up there. I also wrote a little php script to simply delete all my bookmarks. I believe that there should be a better way to do this. This is like a brute force kind of thing but I didn't know how to do it otherwise. What I did was basically get all bookmarks from del.icio.us and then get all the links into an array and one by one execute an API to delete it. Don't forget to change the username and password and also the time taken to do this. This will depend on how many bookmarks you have. Also I cannot seem to delete some links with & and ?. It would be nice if someone could recommend me the easier way to do this.

<?php

//This is a quick and simple but not so fool-proof php file to delete all my bookmark on del.icio.us
//Some of the complex with a lot of & and ? in the url cannot be deleted. I still cannot find a way
//to do this. Been played around with urlencode with no luck. So the rest I will have to delete it
//manually


function Parse ($bookmark) {
//Get all posts into $content string variable and strip off all links into $links array
$content=file_get_contents($bookmark);
preg_match_all("'href=[\'\"](.*?)[\'\"]'si", $content, $output);
$links = $output[1];
$i=0;


foreach($links as $link) {
$result=file_get_contents("http://username:password@del.icio.us/api/posts/delete?url=".$link);
}


$delete_result=file_get_contents("http://username:password@del.icio.us/api/posts/all?");
preg_match_all("'href=[\'\"](.*?)[\'\"]'si",$delete_result,$out);
$remained=$out[1];


$j= count($links);
$k= count($remained);
$n=$j-$k;


$mystr= "Total of ".$n." links from ".count($links)." were deleted.";
return $mystr;
}


set_time_limit(120);
$total=Parse ("http://username:password@del.icio.us/api/posts/all?");
echo $total;
?>

Wednesday, April 26, 2006

IIG

ได้คุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่ในวงการ internet exchange และ gateway ได้ความรู้มาพอสมควร ต้องจดไว้กันลืม exchange กับ gateway ต่างกันครับ exchange คือให้บริการศูนย์กลางแลกเปลี่ยน internet traffic ระหว่างสมาชิก คือ ISP ทั้งหลายแต่ไม่จำเป็นต้องมี link ออกต่างประเทศให้ ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ gateway ในส่วนของ exchange นั้นก็ทำได้ทั้ง layer 2 หรือ layer 3 ในอเมริกาก็มีหลาย exchange ที่เป็น layer 2 แต่ถ้าเป็นแบบ layer 2 นั้นอาจจะมี ISP แอบลักลอบขาย bandwidth ออกต่างประเทศกันเองโดยผู้ที่เป็น exchange นั้นไม่รู้ บ้านเราตอนนี้ CAT ก็เป็นผู้ให้บริการทั้ง exchange คือ NIX และ gateway คือ IIG โดยทั่วไปคนที่ให้บริการ exchange นั้นไม่จำเป็นต้องให้บริการ gateway ก็ได้

คนที่เป็น IIG ก็จะมีสองแนวทางในการต่อวงจรไปยังต่างประเทศคือแบบที่เรียกว่า peering และขอต่อเพื่อ transit การต่อแบบ peering นั้นไม่ต้องมีการจ่ายเงินระหว่างกัน เพียงแต่ตกลงช่วยกันจ่ายค่าวงจร TDM เช่นอาจจะช่วยกันออกคนละครึ่งเป็นต้น (half circuit) และก็แน่นอนครับคุณจะไป peering กับใคร เขาก็จะต้องดูว่าคุณมีศักดิ์ศรีหรือพูดง่ายๆคือมีโครงข่ายที่ใหญ่พอที่จะไป peer กับเขาหรือเปล่า ส่วนการต่อแบบ transit นั้น คือไปขอ transit ออก internet ผ่านของเขา เพราะฉะนั้นแบบนี้คนที่เป็น IIG ก็จะต้องจ่ายเงินให้คนที่ให้ transit ครับ เช่นในกรณีของ CAT เวลาจะซื้อ transit ใคร ก็จะต้องเปิดประมูลใ้ห้ carrier เจ้าใหญ่ๆมาแข่งราคากัน ตกลงค่าใช้จ่ายรายเดือน แล้วก็สร้างวงจรไปต่างประเทศโดยอาจจะออกคนละครึ่งทางหรืออาจจะเอา Router ตัวใหญ่ๆไปตั้งอีกฝั่งหนึ่งเช่นตั้งที่อเมริกาเลยแล้วซื้อเฉพาะ IP port เท่านั้นซึ่งก็จะได้ราคาที่ถูกกว่ามาก

อุปกรณ์หลักๆใน IIG ก็คือ Router ตัวใหญ่นั่นเองครับ ทุกวันนี้แต่ละ ISP เองก็มีซื้อ IPLC (IP leased circuit) ออกไปต่างประเทศเหมือนกัน ดังนั้นจริงๆแล้ว ISP ก็สามารถให้บริการ IIG ได้เหมือนกันถ้ากฏหมายอนุญาต เพื่อนผมให้ความเห็นที่น่าสนใจมากว่าการเปิดเสรีนั้น ต้องพิจารณาให้ดี การเปิดเฉพาะที่ IP layer เพื่อให้บริการ IIG นั้นไม่น่ามีปัญหา แต่การเปิดลงไปถึงระดับ TDM หรือ physical อาจจะตัองพิจารณาให้มากครับ

Sunday, April 23, 2006

Social Bookmarking

นั่งใช้เวลาประมาณครึ่งวันเพื่อเืลือกเวป social bookmark ไว้ใช้งาน เคยได้ยิน del.icio.us, furl.net, spurl.net, blinklist.com, ma.gnolia.com เสียเวลาลองทุกอัน ได้ข้อสรุปว่าแต่ละอันก็คล้ายๆกัน จุดที่ต่างและเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจก็คือ เรื่องการ import/export และ sync ระหว่าง bookmark ของ browser กับตัวเวป สรุปไล่ไปแต่ละอันได้อย่างนี้ครับ

del.icio.us
เป็นที่รู้กันว่า yahoo ซื้อไป user interface ก็ simple ดี ไม่สวยเท่าไร แต่ใช้ง่าย import ไม่มีปัญหา แต่ tag ห้ามมี white space คั่น นั่นก็คือผมต้องเปลี่ยนชื่อ folder ของ bookmark ใหม่ถ้าต้องการจะ sync ในส่วนของ export ไม่ work ครับ grouping และ folder ของผมหายหมดเวลา ต้องใช้ extension ของ firefox ชื่อ foxylicious ช่วยได้เยอะเลย คือเอา tag มาจัดเป็น folder ให้ แต่ปัญหาคือจะมีรายการซ้ำกันเยอะมากสำหรับ link ที่มี tag แปะอยู่หลายอัน

blinklist.com
user interface สวยครับ ใช้ก็ไม่ยากเท่าไร แต่ความที่ graphics เยอะ จะโหลดช้ากว่าหน่อย import ไม่มีปัญหา tag มี white space ได้ เรียกว่า import ได้เนียนมาก ไม่มี export มี แต่ backup เป็น rss ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะ restore อย่างไร เห็นคนดูแลเวปตอบว่ากำลังจะมีเร็วๆนี้ แต่เท่ากับว่าผม sync กับ bookmark ของ browser ไม่ได้เลย

spurl.net
ไม่ค่อยชอบ user interface เท่าไรอ่ะ มี google ads ด้วย แถม import และยังต้องให้รอ 24 ชั่วโมง export ก็เหมือน del.icio.us คือไม่ work และ ยังไม่ได้ลองหา extension ดู น่าจะหายากกว่าของ del.icio.us แต่ตอน import อันนี้ดีสุดครับเพราะเลือกได้เป็นรายการเลยว่า bookmark ไหนจะ import อันไหนจะไม่ import

Update: หลังจากได้ลองใช้งานแล้วผมว่าในแง่ฟังชั่นก์การทำงานแล้ว อันนี้ work สุดครับ เพราะมีทั้ง Categories กับ Tags โดยเวลา export กลับไปที่ Browser เขาก็จะใช้ Categories แทนเพื่อให้ได้ structure ของ folder เหมือนเดิม ตกลง export ใช้ได้นะครับ ผมพูดผิดไปตอนแรก แต่ผมมักจะได้ error ประหลาดๆอยู่เรื่อยๆเลยเวลาใช้ "misuse...terminated" อะไรประมาณนี้แหละครับ ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้ทำอะไร

Update 2nd time : Error ที่ว่าหายไปแล้ว สรุปแล้วผมว่า spurl ดีที่สุด จะลบจะ import ก็ง่าย ลบได้ทั้งหมดหรือจะเลือกลบทีละ category ก็ได้ เหลือที่ด้อยอยู่สองเรื่องคือ เวลา import ไม่ทำ tagging ให้ แต่นั่นก็เพราะว่าเอา folder structure ไปทำ categories นั่นเอง จะว่าเป็นข้อด้อยก็ไม่ค่อยจะถูกเท่าไร อีกเรื่องหนึ่งก็คือ tag แต่ละอันห้ามมี space คั่น เหมือน del.icio.us

furl.net
มีปัญหาตั้งแต่ตอน import เลย ขึ้น error และ import ได้ครึ่งๆกลางๆ น่าเสียดาย เลยไม่ได้สนใจลองต่อ

สรุปแล้วผมคงตัดสินใจดูระหว่าง del.icio.us กับ blinklist.com ผมว่าถ้าจะใช้ online bookmarking นั้น สิ่งหนึ่งที่ powerful มากๆ ก็คือเรื่อง tagging ทำให้การค้นหาเป็นไปได้งานและ flexible มาก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การ sync กลับมาที่ browser นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะไม่รู้จะจัด folder ยังไง เพราะฉะนั้นก็คือได้อย่างเสียอย่าง ผมว่าประเด็นคือจะ backup ได้อย่างไรมากกว่า เช่นถ้า export เป็น html แล้วสามารถ import กลับไปได้หรือเปล่า หรือในกรณีของ blinklist สามารถเอา file rss กลับไปได้หรือเปล่า ซึ่งก็คงจะต้องรอดูสำหรับ blinklist แต่ del.icio.us นั้นผมได้ทดสอบแล้วว่า import ออกมาแล้วเอากลับไปได้โดยสมบูรณ์ 100%

สุดท้ายผมตัดสินใจที่จะใ้ช้ del.icio.us ครับ ถึงแม้จะเสียดายความสวยงามของ blinklist

Wednesday, April 19, 2006

Writing Blog using Writely

ผมเิพิ่งได้ account ของ writely มาสดๆร้อนๆ เลยครับ writely นั้นเป็นเหมือนกับ online word application ซึ่งมีข้อดีในหลายๆแง่เช่นให้มีการร่วมกันเขียนเอกสาร เขียนแล้วโพสลง blog เก็บเอกสารที่เขียนไว้บน internet และอื่นๆอีกมาก แน่นอนครับ คงมีหลายคนคิดว่าไม่น่าจะ work เพราะส่วนใหญ่เราก็ทำงานกับ Microsoft Word อยู่แล้ว แต่ผมเชื่อมั่นว่า web service แบบนี้จะต้องมีประโยชน์มากในอนาคตครับ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ใช้ writely เขียน blog ได้ง่ายกว่าเยอะเลย และตอนนี้ล่าสุด Google ก็ซื้อ Writely ไปแล้วและ web writely ก็ปิดลงทะเบียนเป็นการชั่วคราวจะลงทะเบียนได้ก็ด้วยการมี invitation เท่านั้น ซึ่งผมได้ invitation มาจาก Jerry Wang ที่ Jerry Blog (Hi Jerry if you are reading this, Thanks a lot) และตอนนี้ก็คงมี invitation แจกกันทั่วไป ลอง google ดูครับ ถ้าผมมีก็จะเอามาแจกเช่นกันครับ เวลาโพสไปที่ blog ก็จะมี dialog box มาให้ set ตามรูปด้านล่างครับ

Monday, April 17, 2006

WordPress Press It Bookmarklet

Press It ? WordPress Codex
สั้นๆครับ ผมว่าเจ้า Bookmarklet ที่ชื่อ Press It นี่ไม่เลวทีเดียว หลักง่ายๆก็คือถ้ามี Bookmarklet ตัวนี้อยู่ แล้วพอเรา browse web ไหนแล้วอยากจะ post เข้าไปใน blog ของเรา ก็แค่ click ที่ Bookmark นี้ หน้าจอที่ให้เขียน post ก็จะ pop up มาพร้อมทั้งมี link ไปยังหน้าที่เรากำลัง browse อยู่ให้เรียบร้อย เหมือนที่ผมทำเวลาเขียน post อันนี้ วิีธีการใช้งานและติดตั้งก็ดูรายละเอียดได้ที่ link ข้างบนครับ หรือไปที่หน้า Write Post เลื่อนไปด้านล่างสุดแล้วลากเอา link Wordpress Press It ขึ้นไปใส่ใน Bookmark Toolbar ก็เป็นอันเรียบร้อย

Put del.icio.us on your blog

อย่างสรุปเลยนะครับ ผมต้องการเอา bookmarks ที่ผมเก็บไว้ใน del.icio.us มาแสดงใน sidebar ของ blog ผม โดยผมใช้ plugin ชื่อ aggrss สำหรับ wordpress ซึ่งเจ้า plugin ตัวนี้ต้องใช้ function จาก lastRSS (ทั้งสองไฟล์ผม save local ไว้ด้วย just in case ที่นี่เลยครับ aggrss.php.txt และ lastRSS.php.txt) ขั้นตอนในเรื่อง plugin นี้มี 4 ขั้นตอนง่ายๆ คือ

1. สร้าง directory lastRSS ใต้ wp-content/plugins และ download lastRSS.php มาเก็บไว้ใน wp-content/plugins/lastRSS แล้วก็

2. download aggrss.php มาไว้ในใน directory plugins สร้าง directory aggrss-cache ไ้ว้ใต้ wp-content (ถ้าต้องการเปลี่ยนให้เปลี่ยนได้ใน aggrss.php) อย่าลืม set ให้เป็น read+write ด้วย

Friday, April 14, 2006

Converting DivX to VCD or DVD

โอเค ผมเสียเวลาไปหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน ลองผิดลองถูกกับหลายโปรแกรมเพื่อจะทำการแปลงไฟล์ DivX ซึ่งหากันได้ทั่วไปบน internet ผมไปเจอหนังเยอะแยะเลยที่ projectw.org แต่คาดว่าคงจะมีเวปในไทยอีกหลายที่ที่ผมยังไม่รู้ พอโหลดไฟล์มาเรียบร้อยก็หาโปรแกรมที่จะแปลง DivX (นามสกุล .avi) ให้เป็น DVD หรือ VCD ตอนแรกก็ลอง convertXDVD ใช้เวลานานมาก น่าจะสัก 3-4 ชั่วโมงได้ และแปลงเป็น DVD ได้อย่างเดียว ก็ดูโอเคแต่พอเสร็จแล้วได้ directory audio กับ video มา พอไป burn กับ Nero แล้วปรากฏว่ามี warning files reallocation ผมก็ burn ไปสุดท้าย ก็เล่นกับเครื่องเล่น DVD ไม่ได้ จากนั้นก็มาลองโปรแกรม AVI2DVD ตัวนี้ ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน ขนาดผมแปลงเป็นแค่ VCD ยังใช้เวลาตั้งหลายชั่วโมง และพอไปลงบนเครื่องเก่า Windows 2000 ผม มันทำเอาขึ้นจอฟ้าเลย สุดท้ายเลยมาจบที่ WinAVI ตัวนี้แนะนำเลยครับ work มาก แปลงได้ทั้ง เป็น VCD, SVCD และ DVD และใช้เวลาน้อยมาก VCD ไม่ถึงชั่วโมง DVD ประมาณชั่วโมงครึ่ง สรุปครับ....WinAVI

Wednesday, April 12, 2006

Technorati, Tech.Memeorandum, Techdirt

technorati.com เป็นเวปสำหรับค้นหาเรื่องต่างในโลกของ bloggoshere
tech.memeorandum เป็นแหล่งรวมข่าวสารและ blog ต่างที่เกี่ยวกับวงการอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี
techdirt.com เป็นอีกเวปนึงที่ blog เกี่ยวกับเทคโนโลยี และ wireless technology
จดไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาไล่อ่านแต่ละเวปทีหลัง

Tuesday, April 11, 2006

Many Web Sites on one Host Machine

ถ้าต้องการรู้ว่ามีเพื่อนร่วมเครื่องที่ Host ด้วยกันอยู่กี่ web และมีใครบ้าง ไปที่นี่เลยครับ ReverseIP ที่ DomainTools ใส่ ip ของเครื่องที่ web เรา host อยู่เข้าไปซึ่งหาได้ไม่ยาก (ลอง ping ดูก็ได้หรือใช้ nslookup หรือ dnsstuff.com) ก็จะได้ list ของ web ทั้งหมดที่ร่วมชะตากรรมเดียวกันอยู่ออกมา สำหรับผมเอง (greatnote.com) มีเพื่อนร่วมห้องอยู่ตั้ง 139 คนแหนะ

Finally, I go for a Web Hosting

หลังจากที่ผมคิดตัดสินใจอยู่นาน และใช้เวลาลองหา Web Host แบบฟรีของเมืองนอก และจ่ายเงินแบบถูกๆ ของเมืองนอก เทียบกับเมืองไทย และก็ได้ทดลองใช้เทียบกันด้วย ก็มาจบที่ ขอใช้บริการ Web Host ในเมืองไทยดีกว่า เพราะ Server อยู่ในเมืองไทย traffic วิ่งผ่าน NIX ของ CAT ซึ่งบริษัท Hosting และ ISP ทั้งหลายก็มักจะมี bandwidth ไปหาที่ NIX นี้เป็นระดับ Gbps กันทั้งนั้น ในขณะที่ bandwidth ออกไปเมืองนอกรวมกันทั้งประเทศยังน้อยกว่าเยอะ ส่วน AwardSpace ผมคงจะใช้เป็นที่ Host ชั่วคราวของเวป sarabun.com กับ rfidthailand.com พอจะเลือก Web Host ในเมืองไทย ผมก็ลองดูหลายๆที่ และก็ได้ข้อมูลมากพอสมควรที่ thaihosttalk.com ซึ่งเข้าใจว่าส่วนใหญ่จะมีบริษัท Hosting หลายๆที่เข้ามาโพสและตอบคำถามอยู่ตลอดเวลา และสุดท้ายก็มาลงตัวเอาที่ servertoday.com เพราะราคาดีและพื้นที่เยอะ ผมได้พื้นที่ 2GB bandwidth 10GB/เดือน ได้ mySQL 2 databases ได้ subdomain, email ไม่จำกัด จะมีติก็เรื่องจำนวน databases ให้น้อยไปนิดนึง เสร็จสรรพผมก็เอา Wordpress 2.0 มาลงแล้วก็ import blog เข้ามาจาก blogger.com นี่แหละครับ ผมขอแนะนำ Wordpress มากๆเลยครับเพราะใช้งานง่ายและติดตั้งง่ายจริงๆ ในที่สุดเรื่อง web ของผมก็ลงตัวครับ คราวหน้าคงเริ่มเขียน blog แบบที่ผมต้องการสักที

Monday, April 3, 2006

BoostIMG and PictureHost

ผมได้ที่เก็บรูปแบบมี direct link ให้แล้วครับ ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วด้วย คือที่ www.boostimg.com กับ www.picturehost.com ผมชอบที่ boostimg มากกว่า เพราะใช้ง่าย ขั้นตอนน้อยกว่า ขนาดต่อหนึ่งภาพได้ถึง 10MB ส่วน picturehost ก็โอเค แต่ขนาดต่อภาพสูงสุดอยู่ที่ 2MB

DreamHost

หลังจากที่ผิดหวังกับ AwardSpace ผมก็ยังพยายามหา Web Hosting อยู่ ทั้งแบบฟรีและแบบราคาถูกคุณภาพดี หลังจากดูอยู่พักใหญ่ DreamHost น่าสนใจครับ โดยจะต้องใช้ Promotion Code ที่มีอยู่หลากหลาย ซึ่งจะทำให้ได้ราคาลดลงมามากๆ ตอนนี้ที่เจอ Code ที่ลดได้มากสุดน่าจะเป็น techrecipes โดยให้ใส่ Code นี้ในหน้า Signup ได้เลยครับ ลดแล้วต่อปี ตก $22 ได้โดเมนฟรี 1 โดเมน และ Host กี่โดเมนก็ได้ รองรับ PHP, MySQL, Ruby on Rails ซึ่งดูพูดกันเยอะแต่ผมยังไม่รู้เลยคืออะไร เดี๋ยวขอเวลาพักหนึ่ง ศึกษาก่อนครับ

Sunday, April 2, 2006

Getting Read More... to Work

ผมนึกว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เอาเข้าจริงก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน เพราะห่างหายเรื่องเขียนเวป เรื่อง CSS, HTML ไปนานเลยเงอะๆงะๆเล็กน้อย เลยคิดว่าต้องเขียนสรุปไว้สักหน่อยกันลืม สิ่งที่ผมต้องการก็คือต้องการให้มี Read More... สำหรับแต่ละ Blog Post ของผมเพราะบางทีผมเขียนยาวและไม่ต้องการแสดงทั้งหมดในหน้าแรกของ Blog เพราะมันจะยาวไป ก็เลยต้องการให้มีปุ่ม Read More... เฉพาะกรณีที่ Blog อันนั้นยาวไป ผมอ่านจาก Help ของ Blogger.com และก็ไปเจอ Blog ของ Amit Upadhyay ที่บอกวิธีที่ผมต้องการไว้ มาเสริมปรับแต่งอีกนิดหน่อยก็ได้สิ่งที่ผมต้องการ สรุปแล้วผมทำอย่างนี้ครับ

Saturday, April 1, 2006

Web Services I Use

มีหลายเวปเหลือเกินที่มีให้เลือกใช้ทุกวันนี้ที่ดีมากแล้วก็ฟรีด้วย ผมนั่งนับไปนับมาที่ผมสมัครไว้หลายที่มากใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่ที่คิดว่าดีและใช้บ่อยๆ และก็คงจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ ก็คือ

gmail.google.com
สำหรับเมลล์ส่วนตัวเพราะให้เนื้อที่หลาย GB และก็เวลาใช้งานดูเร็วกว่า Hotmail
www.bloglines.com
ซึ่งเป็นทั้ง feed reader และ blog reader ของผม แนะนำครับ
www.flickr.com
สำหรับเก็บรูปถ่าย และสามารถโพสมาที่ blogger ได้จากเมนูใน flickr เอง สะดวกมากครับ แต่ข้อเสียคือเขาจะยอมให้เฉพาะโพสรูปที่เป็นรูปถ่าย ถ้าเป็นรูปอื่นหรือไฟล์ประเภทอื่นจะไม่ยอม และสามารถ upload ได้เดือนละ 20 MB เท่านั้น
www.box.net
เก็บไฟล์อะไรก็ได้ ได้ฟรี 1 GB แต่โพสมา blogger ไม่ได้ ต้องเสียเงินรายปี $50 ถึงจะได้และจะได้ direct link มาด้วย น่าสนใจเหมือนกัน
www.blogger.com
แน่นอนครับ เป็นที่สำหรับเก็บ blog ของผม เพิ่งเช็คเมื่อตะกี้พบว่ายอมให้เก็บพวกรูปภาพได้ 300 MB ก็ไม่เลวครับ ผมกะว่าจะใช้อันนี้คู่กับ flickr แล้วกัน

น่าจะประมาณแค่นี้ละครับที่ใช้บ่อย นอกนั้นก็มีที่น่าสนใจมากเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะมีเวลาใช้หรือเปล่า เช่น

www.protopage.com ใช้ ajax เขียน
del.icio.us เวปแบบ social bookmark
www.pandora.com ฟังเพลงออนไลน์แบบเขาเลือกให้ตามที่เราระบุ

Friday, March 31, 2006

CD-R Quality Info

ผมมีปัญหาเครื่องเสียงในรถไม่ยอมเล่นแผ่น CD-R ที่อัดเพลง เป็น Audio CD ก็เลยลองแผ่นต่างๆไปเรื่อยๆ เวลาอัดก็ใช้ Nero ที่ Speed ต่ำสุดคือ 4x ก็ยังมีปัญหา เครื่องเสียงในรถอาจจะเก่าด้วย ผลที่ได้มันน่าแปลกใจมากคือผมลองใช้ TDK, Verbatim, Mitsubishi Phono-R Audio CD, Sony แล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ดี แต่พอลอง Princo แผ่นสีขาวนะครับ กลับใช้ได้ทันที ก็เป็นอะไรที่แปลกมาก

ข้อมูลเกี่ยวกับ CD-R ที่มีประโยชน์ พูดแยกแยะอธิบายระหว่างโรงงานผู้ผลิตกับยี่ห้อได้ดี ดูได้ที่นี่ครับ

cdmediaworld

Useful Podcasts I Listen to

ช่วงนี้ผมชอบฟัง Podcast ระหว่างขับรถไปทำงาน Podcasts ที่ผมว่ามีประโยชน์มากสำหรับคนไอทีอย่างผมก็คือ This Week In Tech ของ Leo Laporte (www.twit.tv), Security Now ของ Steve Gibson ซึ่งเป็นคนที่เก่งมาก เขียนโปรแำกรม SpinRite ขายโดยใช้ Assembly Language ทำให้ได้โปรแกรมที่มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมาก อีกอันคือ Inside The Net ของ Leo กับ Amber และสุดท้ายก็คือ Engadget ยอดฮิต ลองฟังดูครับ


www.twit.tv
www.grc.com (Steve Gibson Web Site)
www.ambermac.com (Inside the net)
www.engadget.com

Thursday, March 30, 2006

My First Blog Post

ตั้งใจว่าจะเขียน Blog มานานแต่ก็ผัดผ่อนมาเรื่อย วันแรกดันเป็นวันที่ยุ่งน่าดู ผมขอสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับการทำ Blog ที่ผมได้ลองค้นดูทางอินเตอร์เน็ตแล้วกันครับ จริงๆแล้วผมจดโดเมนไว้หลายอันพอสมควรแต่ยังไม่ได้หาที่ Host จริงจรังสักที หรือที่ถูกน่าจะบอกว่ายังไม่มีเวลาที่จะมานั่งทำเว็ปเลย ขนาดเว็ปบริษัทที่ต้องรับผิดชอบก็ยังไม่มีเวลาจะเขียนเลย แต่ถ้าเป็นลักษณะ Blog แล้วผมมองว่าน่าจะพอได้เพราะไม่ต้องมานึกออกแบบอะไร อยากเขียนอะไรเพื่ิอเตือนความจำ หรือเห็นอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ลุยเลย

ผมไปเจอเวป www.awardspace.com ซึ่งให้ Host ฟรีและรองรับ PHP, Perl, MySQL, FTP ซึ่งค่อนข้างครบถ้วนที่ผมต้องการ และก็ให้พื้นที่เยอะพอสมควรด้วย

ลองโพสรูปดูดีกว่า

อืม..ออกมาดีใช้ได้

ครับผมก็สมัครลงทะเบียนเรียบร้อย แล้วก็ลองอ่านๆดูก็พบว่าโปรแกรมทำ Blog ที่คนนิยมและดูดีใช้งานง่ายก็คือ Wordpress ก็เอามาลงเป็นที่เรียบร้อย แต่พอทำไปเืรื่อยๆ เอ๊ะทำไมพอเปลี่ยนอะไรแล้วลอง Refresh ดูมันไม่เห็น Update เลยแฮะ เสียเวลาอยู่หลายชั่วโมงก็พบว่า ปัญหาอยู่ที่ AwardSpace นั่นเอง เพราะไม่รู้เป็นอะไรแต่มันใช้เวลานานมากกว่าจะ Update ตัวเวปเอง ผมลองลง Wordpress บนเครื่องก็ไม่เห็นเป็นอะไร สุดท้ายผมเลยเปลี่ยนมาใช้บริการ Blogger.com ไปก่อนดีกว่า เสียอย่างเดียวคือโดเมน www.sarabun.com ก็เลยยังไม่มีที่ Host สักที