Saturday, December 29, 2007

RSSI

ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ RTLS หรือ Real Time Location System ที่ใช้เทคโนโลยีในลักษณะของ RFID แต่เป็นแบบ active โดย tag จะส่งข้อมูลเป็นลักษณะ beacon ออกมาเป็นระยะๆ แล้วใช้ access point อย่างน้อย 3 ตัวจับความแรงของสัญญาณหรือ delay เสร็จแล้วก็ทำ triangulation (นึกภาพรัศมีของวงกลมสามวงตัดกัน ก็จะได้บริเวณที่ tag อยู่) mechanism ที่ใช้ก็จะมีสองอันด้วยกันคือ RSSI หรือ Received Signal Strength Indication กับ TDOA หรือ Time Difference of Arrival แบบหลังมักจะใช้ในกรณี outdoor และต้องใช้ access point เพื่อการนี้โดยเฉพาะเช่นของ Aeroscout

สำหรับ RSSI นั้นค่าที่วัดได้จะเป็นตัวเลขที่ไม่มีหน่วยอะไรโดยค่า 0 ก็จะหมายถึงไม่มีสัญญาณ ค่า max ก็จะหมายถึงสัญญาณสูงสุด ทั้งนี้ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน แต่ละยี่ห้อก็มีค่า max ต่างกัน เช่นบางยี่้ห้อก็เป็น 60 บางยี่ห้อก็เป็น 100 มีข้อน่าสังเกตุอันหนึ่งคือ สัีญญาณที่ออกจาก access point เมื่อเดินทางไปตามระยะทางจะตกลงเร็วมาในลักษณะแบบ exponential ผกผันกับระยะทาง เช่นออกจาก access point ที่ยิงออกมาด้วยความแรง 30dBm พอวัดที่ตัว access point อาจจะเหลือแค่ -9dBm เอง ลองไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ดู Aruba Articles

Saturday, December 22, 2007

Coffee World AP

name will be something like CW1065 then user=11111 pass=AAAAA / not sure, might not be user and password but something else

Monday, December 17, 2007

Long Tail in Telco

เพิ่งดู webinar ของ lightreading เรื่อง Telecom Web Services and Web 2.0 ผมคิดว่าเป็นการมอง trend ในอนาคตสำหรับ telecom operator ได้อย่างดี คือมองว่าในอนาคต telecom operator จะมีการทำ web services interface ออกมาเพื่อให้เป็นตัว services enabler สำหรับ third parties ในโลกของ Web 2.0 ทั้งหลายช่วยในการเอาไปรวมกับ web services อื่นๆที่มี available อยู่ create ออกมาเป็น services ประเภทต่างๆสำหรับ end users ที่หลากหลายได้มากทำให้เข้าถึงลูกค้าในกลุ่มของ Long Tail ได้อย่างมาก ทฤษฏี long tail ก็คือการมองว่า product บางประเภทที่มีความนิยมไม่มากนักแต่การมีความหลากหลายของ products เพื่อให้สามารถ meet ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม เมื่อเอามารวมๆกันก็มีปริมาณไม่แพ้ products กลุ่มที่มีความนิยมมากแต่ก็มีชนิดของ products อยู่ไม่กี่ตัวได้เหมือนกัน (ดูพื้นที่ใต้กราฟเทียบกันนั่นเอง) แนะนำให้ลองฟัง webinar อันนี้ดูครับ

Application Session Controller

อ่านเจอ term ใหม่คือ ASC หรือ Application Session Controller ซึ่งเป็น software solutions เป็นตัวกลางระหว่าง applications กับ network transport ประเภทต่างๆเพื่อให้ applications ทีมีอยู่ independent ออกมาจาก network technology ซึ่งกำลังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างตลอดเวลา

background ก็คือที่ผ่านมาเวลามีการพัฒนาพวก IN applications นั้นมักจะต้องมีไปผูกกับประเภทของ network/transport technology ที่ applications นั้นๆจะไปวิ่งอยู่ developer ก็จะต้องเขียนส่วนหนึ่งของ applications เชื่อมต่อไปยังส่วนของ network ด้วย ซึ่งพอมีการเปลี่ยน network หรือต้องการให้ applications นั้นๆสามารถให้บริการได้โดยไม่ขึ้นกับ network เช่น ทั้ง wireless กับ wireline ก็จะต้อง มีการใช้ gateway ในการเชื่อมต่อกัน ซึ่งกับกลายเป็นการสร้างความยุ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก architecture แบบนี้บางทีเรียกว่า Silo Deployment Model


idea ของ ASC ก็คือการมี software solution เป็นตัวกลาง shield application layer ออกจาก network layer โดย ASC จะมี API ที่ครบถ้วนให้กับทาง Application developer เพื่อให้สามารถ access components ต่างใน network layer ผ่านทาง API นี้ ไม่ว่าจะเป็น HLR, Media Gateway, etc. ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง components ใน network ก็จะไม่มีผลกระทบต่อ applications แต่อย่างใด

บริษัทที่เป็นคนคิด solutions อันนี้รายแรกก็คือ AppTrigger ซึ่งตอนนี้กำลังให้หนังสือ ASC for Dummies ฟรีอยู่ในหน้าำแรกของเวปของเขา เพียงแค่ลงทะเบียนแล้วรอหนังสือส่งมาทาง email เป็นอีกเทคโนโลยีที่ผมต้อง catch up ครับ

Friday, December 14, 2007

OPC in SCADA

ได้คุยกับคนที่เขียน program คุมพวกอุปกรณ์ control device และเครื่องจักรต่างๆ เดี๋ยวนี้จริงๆก็ง่ายขึ้นเยอะ แต่ก่อนจะเขียนโปรแกรมเพื่อคุมอุปกรณ์อะไรจะต้องมี driver เฉพาะ แต่เดี๋ยวนี้ใช้มาตรฐานที่เรียกว่า OPC หรือ OLE(Object Linking and Embedding) for Process Control ซึ่งอุปกรณ์ทุกตัวก็จะมี OPC Server เป็น interface เพื่อให้ application ที่ต้องการ get ข้อมูล interface เข้ามาโดยทำตัวเป็น OPC Client ส่วน tool ที่ใช้กันเยอะก็คือ Intouch ของบริษัท Wonderware ซึ่งเป็นลักษณะของ IDE platform จุดเด่นของ Intouch คือรองรับอุปกรณ์ได้เยอะมาก

Friday, November 30, 2007

Digital Map Companies

ในวงการ Digital Map นั้นเจ้าที่ใหญ่ที่สุดคือ Navteq จากอเมริกา รองลงมาคือ Tele Atlas จากเนเธอร์แลนด์ ตอนนี้คนที่ทำอุปกรณ์ Navigational Device ต่างก็แย่งกันซื้อบริษัท Digital Map กันจ้าละหวั่นน่าดู อย่าง TomTom ของ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งทำอุปกรณ์ Navigation ในรถยนต์ ก็เสนอซื้อ Tele Atlast ด้วยวงเงินสูงถึง 2.9 ล้านยูโร ทางด้านคู่แข่งของ TomTom คือ Garmin ก็เคยสู้ราคาแข่งกับ TomTom มาระยะหนึ่งแต่ล่าสุดก็ถอยไปเพราะได้ไปทำข้อตกลงในระยะยาวกับทาง Navteq จนถึงปี 2015 ซึ่งก็ทำให้อุ่นใจได้ว่าจะสามารถซื้อ digital map ต่อไปได้โดยไม่ถูกโก่งราคา ทางด้าน Navteq ก็กำลังถูก Nokia เสนอซื้อด้วยวงเงินสูงถึง 8.1 ล้านยูโร ซึ่งก็คงจะเรียบร้อยในเร็ววันนี้ครับ

Sunday, November 25, 2007

Phonetic Alphabet

Phonetic Alphabet คือการสะกดตัวอักษรอ้างอิงกับคำศัพท์ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีว่าสะกดด้วยตัวอะไร เวลาคุยโทรศัพท์เคยต้องใช้หลายทีแล้ว พูดไม่ถูกซักทีเลยเอามาเก็บไว้ มีสองแบบนะครับคือแบบของ NATO กับแบบของ Western Union

แบบ NATO
แบบ Western Union

Friday, November 16, 2007

WiMAX Update

เมื่อวานต้องเตรียมไป present ลูกค้าเกี่ยวกับ product WiMAX มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาเยอะเหมือนกัน ตอนนี้มาตรฐาน 802.16e ก็อย่างที่รู้กันครับว่าออกมาได้พักใหญ่ๆแล้ว version ที่เป็นทางการก็จะเขียนว่า 802.16e-2005 บางคนก็เรียกว่า Mobile WiMAX ส่วน version ก่อนหน้านั้นเรียกว่า 802.16-2004 สังเกตุว่าไม่มีตัว e นะครับ เรื่องหนึ่งที่คนมักจะสับสนก็คือถ้าอุปกรณ์ comply ตาม IEEE 802.16e-2005 แล้วจะเรียกได้ว่าเป็น WiMAX Certified หรือเปล่า ต้องบอกว่าไม่ใช่นะครับ เพราะการที่จะได้ชื่อว่าเป็น WiMAX Certified (โดย WiMAX Forum) นั้นจะต้องมีการผ่านการทดสอบหลายอย่างเลยครับ และการ comply ตาม IEEE 802.16e-2005 ก็เป็นแค่หนึ่งในเงื่อนไขนั้นเท่านั้น

นอกจากนี้ก็มีการแบ่ง generation ของอุปกรณ์เป็น Wave 1 กับ Wave 2 โดย Wave 1 จะมี Downstream/Upstream อยู่ที่ 20 Mbps/6 Mbps ในขณะที่ Wave 2 ก็จะเป็นสองเท่าคือ Downstream/Upstream อยู่ที่ 40 Mbps/12 Mbps แต่เท่าที่รู้ในการทดสอบใน field จริงก็ไม่ได้ speed เต็มๆอย่างนี้หรอกครับ ก็ลดลงมาบ้าง feature เด่นๆของอุปกรณ์ที่หลายๆยี่ห้อ show กัน ผมก็เห็นมีอยู่สองอันหลักๆ คือ MIMO (อ่านว่า ไมโม) หรือ Multiple Inputs Multiple Outputs ซึ่งเป็นการใช้ Antenna และ Transceiver มากกว่าหนึ่งอันทั้งทางฝั่งส่งและรับเพื่อช่วยให้การรับสัญญาณทำได้ดีขึ้นโดยใช้หลักการของการมี Space Diversity ของ RF นั่นเอง อีกอันหนึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่า Beamforming หรือบางยี่ห้อก็เรียกว่า Beem Steering คือการปรับทิศทางของ RF Pattern ในการส่งและรับสัญญาณได้ ทำให้สามารถปรับส่งสัญญาณในทิศทางที่ต้องการได้ และปรับ pattern ให้สามารถรับสัญญาณในทิศทางที่ต้องการได้ดีที่สุด (ปรับ sensitivity นั่นเอง) ซึ่งในรายละเอียดก็จะมีทั้งแบบ fixed และแบบ adaptive โดยใช้ array ของ antenna ในการทำ

ส่วนการทำ interop test ก็มี Plugfest ที่รู้สึกจะทำไป 3 ครั้งแล้ว และก็ประสบความสำเร็จด้วยดีครับ เมื่อวานผมได้คุยกับเพื่อนชาวเกาหลี ก็เลยถามเขาว่าที่เกาหลีมีการใช้ Wibro เป็นยังไงบ้าง เขาบอกว่าใช้มาแล้ว 6 เดือน แต่เขาคิดว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จมากนั้นเพราะที่บ้านเขา Broadband ส่วนใหญ่เป็น fiber ลากเข้าไปแล้วใช้ UTP กระจาย รายเดือน 30 เหรียญได้ bandwidth 100 Mbps unlimited ทุกอย่างครับ ในขณะที่มือถือก็มี 3G และมี HSDPA ให้ใช้แล้วได้ bandwidth ที่มือถือประมาณ 1 Mbps กว่าๆครับ เฉพาะ bandwidth ที่มือถือ ก็เร็วกว่า broadband ที่บ้านผมแล้วครับ...

Wednesday, October 31, 2007

AJAX

เพิ่งจะได้มีเวลามานั่งลองเล่น AJAX หรือ Asynchronous JavaScript and XML โดย concept แล้วง่ายดีไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่เอาไปทำอะไรได้เยอะมาก หลักๆก็คือการที่สามารถใช้ JavaScript ติดต่อกับ server-side ให้ทำอะไรก็ได้เช่น query database แล้วรับข้อมูลเอามาใช้โดยไม่ต้อง reload page นั้นใหม่ โดยข้อมูลที่ได้มาก็เอาไปเปลี่ยนหรือเอาไปแสดงเพิ่มบนหน้าที่แสดงอยู่แล้วโดยการ refer ถึง element ที่ต้องการเปลี่ยนด้วย id

key component ที่เพิ่มมาก็คือ XMLHttpRequest object ซึ่งต้องสร้างขึ้นมาโดย(ในกรณี firefox)

xmlHttp=new XMLHttpRequest();

และ XMLHttpRequest object ที่สร้างขึ้นมานี้ก็จะมี property หลักๆ 3 อันด้วยกันที่นำมาใช้คือ .onreadystatechange ซึ่งจะต้อง set ให้เท่ากับ function ที่จะ run เมื่อได้รับ response จาก server กลับมาโดย function ที่ set นี้ก็จะ run ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน readyState ส่วน property อันที่สองก็คือ readyState นั่นเองซึ่งจะมีอยู่ 5 state ด้วยกัน
0=not initialized
1=set up
2=sent
3=in process
4=complete

ดังนั้นส่วนใหญ่ function ใน onreadystatechange เราก็ต้อง check ว่า readyState เป็น complete หรือยังก่อนที่จะเอาข้อมูลไปใช้ property อันที่สามก็คือ responseText ซึ่งจะเท่ากับ response ที่ส่งกลับมาจาก server ตัวอย่าง code ข้างล่างน่าจะทำให้ชัดเจนขึ้น
function stateChanged()
{
if (xmlHttp.readyState==4 || xmlHttp.readyState=="complete")
{
document.getElementById("txtHint").innerHTML=xmlHttp.responseText
}
}

ส่วน method ในการส่ง request ไปที่ server ก็คือ open กับ send โดย open ก็จะมี parameter คือ GET/POST, url ที่จะเรียกไปที่ server และ "true" เพื่อให้ handle แบบ asynchronous
xmlHttp.open("GET",url,true)
xmlHttp.send(null)

Tuesday, October 23, 2007

VoIP NAT Transversal

เพื่อที่จะสามารถใช้ VoIP จากบ้านที่มี router อยู่ทั่วไปนั้นจะมีอยู่สองเรื่องที่ต้องพิจารณา เรื่องแรกคือการที่ router จะมี firewall อยู่และจะไม่ยอมให้ inbound traffic initiate ขึ้นจากข้างนอกถ้าไม่ได้มีการ initiate โดย outbound traffic จากข้างในก่อน หรือที่พูดกันว่าจะไม่ allow unsolicited traffic หรือ traffic ที่ไม่ได้รับเชิญนั่นเอง ดังนั้นการที่จะมีใคร call มาหาเราก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ถ้ายังไม่แก้ไขเรื่องนี้ และการที่ไป configure router ให้ยอมรับ traffic จากข้างนอกก็เป็นวิธีที่ไม่ถูกนะครับเพราะไป compromise security

อีกเรื่องก็คือการใช้ private ip จากการทำ NAT ถึงแม้ว่า router จะทำการ match private ip/port เข้ากับ public ip/port ให้ แต่เนื้อความใน signaling protocol เช่น SIP message ก็จะยังมี addressing ที่เป็น private ip อยู่ดี ซึ่งก็จะทำให้ไม่สามารถ work ได้เมื่อเข้าไปสู่ internet

วิธีการแก้ไขนั้นมีหลายแบบ แต่ที่เหมาะสมที่สุดที่ voip operator ใช้กันก็คือ การมีอุปกรณ์คล้่ายๆเป็น proxy ตัวหนึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง user agent software ที่อยู่ในเครื่องผู้ใช้ กับ call agent software ที่อยู่บน server กลาง ซึ่งอุปกรณ์พวก SBC (Sessio Border Controller) ก็มีหน้าที่หลักอันหนึ่งในการทำสิ่งต่างๆเหล่านี้

ขั้นตอนก็คือ user agent จะมีการ register ไปที่ call agent server เพื่อบอกว่าตัวเอง up ขึ้นมาแล้ว operator ก็จะมีวิธีในการ route signaling message พวกนี้ผ่านไปยังอุปกรณ์ SBC อุปกรณ์ SBC ก็จะรู้ source ip/port ฝั่ง public ของ user และจำไว้ และก็เข้าไปแก้เนื้อความของ signaling message จาก private ip/port ของ user ให้เป็น public ip/port ของตัวอุปกรณ์ sbc เอง แล้วก็แก้ source ip/port ใ้ห้เป็นของตัวเองด้วย เสร็จแล้วค่อยส่งไปที่ call agent server ดังนั้นในฝั่งของ call agent server ก็จะไม่รู้เรื่องอะไรและทำงานเหมือนตัวเองกำลังทำงานกับ user agent รายหนึ่งปกติทุกอย่าง ในทางกลับกัน พอ call agent server ส่ง signaling message กลับมา SBC ก็จะเปลี่ยน destination ip/port ให้เป็น public source ip/port ที่จำไว้ในตอนแรก และก็ระบุในเนื้อความของ signaling message ไปด้วยว่าให้ใช้ media ip/port ของตัว SBC เอง เป็น channel ในการส่ง media ออกมา ซึ่ง user agent ก็จะใช้ public ip/port ของ SBC นี้เป็น destination ในการส่ง media ออกมาหา ทำให้ตัว SBC สามารถเป็น media proxy ไปด้วย และก็ทำให้สามารถทำการ connect control และ charge connection ที่มีการ set up ขึ้นได้ตามที่ต้องการ

ด้วยวิธีการนี้ก็จะทำให้แก้ปัญหาสองเรื่องคือ unsolicited connection กับ private ip ได้ เพราะ SBC รู้อยู่ตลอดเวลาว่าจะติดต่อ user ที่ ip/port ไหน และตัวเองทำตัวเป็น signaling proxy คอยแก้ไข mapping เรื่อง private ip ในเนื้อความของ signaling message ให้

Friday, October 19, 2007

PBT? Not Yet

วันนี้ได้คุยกับ operator เอกชนรายหนึ่งที่ให้บริการวงจร Ethernet กับ ธุรกิจทั่วไป ปรากฏว่าเขาได้ลองทดสอบ PBT จากหลายยี่ห้อในปีที่ผ่านมา แต่ comment ที่ได้กลับไม่ work ครับ ยุ่งยากและ reliability สู้วิ่งผ่าน backbone ที่เป็น TDM ไม่ได้ และก็กำลังจะกลับมาดูการให้บริการโดยใช้ NG-SDH โดยอาศัย feature L2 บน SDH ดู ส่วน service Ethernet ที่เขาใ้ห้บริการอยู่นั้นจะใช้ L2 Switch ในการให้บริการโดยตรง อาศัยแค่ SDH มา transport Gigabit Ethernet ในแบบ point-to-point ในส่วนของ backbone แค่นั้น เป็นข้อมูล reality check ดีเหมือนกัน ว่าในการนำไปใช้จริงตอนนี้เป็นยังไง

Thursday, October 18, 2007

Submarine EDFA

EDFA หรือ Erbium Doped Fiber Amplifier อาศัยหลักการกระตุ้น Erbium ให้มีพลังงานสูง อยู่ใน meta state แล้วพอ wavelength ที่ต้องการขยายวิ่งเข้ามา ก็จะมีการถ่ายเทพลังงานให้ พลังที่ใช้กระตุ้นก็จะเป็นแสงที่ความยาวคลื่น 980 nm ทีนี้ถ้าเป็นใต้ทะเล วิธีการส่งพลังงานก็อาจจะเป็นแบบ Remote Pump คือตัวก่อกำเนิดพลังงานแสงหรือ pump อยู่บนบกแล้วยิงแสงเข้าไปใน fiber หรืออีกแบบก็คือแบบ Remote Power Feed คือ feed กระแสไฟเข้าไปใน fiber ผมไปเจอรูป EDFA ที่ใช้ใต้ทะเลของ Tyco เลยเอามาเก็บไว้ ใหญ่โตดีจริงๆครับ และรู้สึกจะเป็นแบบ Remote Power Feed ครับ

Tuesday, October 16, 2007

Packet-based Transport Acronym Soup

ตอนนี้มีความพยายามพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็น packet-based transport ออกมาหลากหลาย มี acronyms เยอะแยะไปหมดจนจะจำไม่ไหวแ้ล้ว ทางฝั่ง ITU ก็เสนอให้เอาเทคโนโลยี MPLS นี่แหละมาทำเป็น transport layer เลย โดยตัด feature ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป โดยเฉพาะในส่วนของ control protocol นี่ให้ตัดออกไปเลยแล้วใช้การ provision ผ่าน network management แทน และก็เน้นเฉพาะ feature ที่จะรองรับ connection-oriented circuit เท่านั้น ITU เรียกอันนี้ว่า T-MPLS

อีกค่ายหนึ่งก็เป็นกลุ่มของทาง IEEE เิริ่มจากการพัฒนาโดยเอา concept ของ 802.1q (VLAN tag), 802.1ad (QinQ) มาใช้พัฒนาเป็นเทคโนโลยีแบบ MAC in MAC ในมาตรฐาน 802.1ah ซึ่งมีชื่อว่า PBB (Provider Backbone Bridge) แล้วก็พัฒนาต่อขึ้นไปอีกเป็น PBT (Provider Backbone Transport) ซึ่งต่อมาก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น PBB-TE (Provider Backbone Bridge - Traffic Engineering) โดยใน PBB-TE นี้จะมี frame เหมือนใน PBB แต่จะ disable หลายๆอย่างด้วยกันเช่น mac learning/flooding และใช้การ configure จาก NMS เอาแทน รายละเอียดต่างๆ คงต้องมาเขียนเก็บไว้อีกที

จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็มีการเอาโครงข่าย MPLS มาเสนอให้เป็น Transport ของ packet traffic เหมือนกัน แต่ใช้ความสามารถของ MPLS network โดยตรง โดยอยู่ในลักษณะของ L2 VPN ที่เรียกว่า Pseudo-wire ที่ IEEE ตั้งมาตรฐานว่า PWE3 (Pseduo-wire emulation edge-to-edge) E3 ก็คือ E ยกกำลังสามไงครับ จำง่ายๆว่าคือของ IEEE โดย PW นี้ก็จะมีทั้งแบบ point-to-point ที่ใช้ martini-draft RFC กับแบบ multipoint ที่เรียกว่า VPLS (Virtual Private LAN Service) บนอุปกรณ์ MPLS ของ Cisco นั้นรองรับ PW มานานแล้วและเรียกว่า AToM (Any Transport over MPLS)

เยอะดีไหมครับ สรุปทั้งสามส่วนนั้นก็เป็นความพยายามจะสร้าง Transport Network ที่มีความเหมาะสมกับการส่งผ่าน Packet มากที่สุดแหละครับ สรุปง่ายๆดังรูปด้านบนนั่นเองครับ จริงๆแล้วในปัจจุบันเราก็พยายามจะใช้ transport network ที่มีอยู่มานานมากแล้วคือ SDH/DWDM นั่นเองโดยเพิ่มความสามารถในการรองรับ Layer 2 เข้าไปและเพิ่ม GFP/VCAT/LCAS เข้าไปเพื่อให้เหมาะสมต่อการ encapsulate และ map Ethernet bandwidth ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ก็เอา signaling เข้ามาใช้เพิ่มเข้าไป ก็คือ ASON/GMPLS นั่นเอง ซึ่งความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าคงจะไปในแนวนี้อีกนานครับ กว่าทั้ง T-MPLS กับ PBB-TE จะ mature พอ และอย่าลืมนะครับว่า traffic ที่เป็น TDM ก็ยังคงมีอยู่ไม่ได้หายไปไหนมาเป็นเวลานานมากแล้ว ผมคิดว่าโครงข่าย Transport กับ Service ใน core คงจะเป็นดังในรูปข้างล่างนี้ไปอีกพักใหญ่ๆครับ




Saturday, September 29, 2007

Inter-vendor GFP/VCAT/LCAS

ผมได้มีโอกาสดีมากในการร่วมทดสอบสร้างวงจร Ethernet ผ่าน next gen SDH โดยใช้ GFP-F, VCAT และ LCAS โดยที่ต้นทางเป็นยี่ห้อหนึ่งในขณะที่ปลายทางเป็นอีกยี่ห้อหนึ่งปรากฎว่า work ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ โดยมีสี่ยี่ห้อในการทดสอบคือ Huawei, Alcatel, FiberHome และ NokiaSiemens โดยตอนแรกผมกังวลอยู่ลึกๆในเรื่องของ LCAS ว่าจะคุยกันได้มากน้อยแค่ไหนเพราะต้องมีการส่ง signaling ระหว่างกันพอสมควร ก็ถือว่า ITU-T กำหนดมาตรฐาน G.7042 คราวนี้ได้ชัดเจนดี ไม่กว้างเกินไปจนแต่ละยี่ห้อทำออกมาแล้วคุยกันไม่ได้

Wednesday, September 26, 2007

ECOC 2007 ASON Detail

จริงๆแล้วผมหวังอยู่ลึกๆว่า OIF จะพยายาม push ให้มีการทำ Interop เรื่อง restoration ต่าง vendor ผ่าน E-NNI ในงาน ECOC (European Conference on Optical Communications) ที่ Berlin ในครั้งนี้เลย แต่พอดู detail แล้วก็ผิดหวังนิดหน่อย พอดีงานที่ต้องทำมีต้องไปเกี่ยวข้องกับ restoration ต่าง vendor ด้วย ก็เลยลุ้นอยู่ว่าจะเอากันหรือยังน้อ



มาสรุปรายละเอียดของการทำ demo ในครั้งนี้กันหน่อย อย่างที่รู้กันครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ครั้งแรกทำปี 2004 ที่งาน SuperComm โดยครั้งนั้นเป็นการทดสอบการสร้างวงจร SDH แบบ dynamic จาก client (ผ่าน UNI) ผ่าน multi-vendor ต่อมาครั้งที่สองในงาน SuperComm ปี 2005 ก็เป็นทดสอบการสร้างวงจร Ethernet บน SDH ผ่าน multi-vendor โดยใช้ control plane ดีขึ้นมาจากครั้งแรกหน่อยคือหันมา show การสร้าง Ethernet circuit บน SDH แทนที่จะเป็นวงจร SDH เฉยๆ สุดท้ายในปีนี้ ก็ทำอะไรเพิ่มขึ้นเยอะเหมือนกัน

โดยปีนี้ก็จะเป็นการทดสอบ UNI 2.0 กับ E-NNI โดย client จะใช้ UNI-C ขอ Ethernet bandwidth โดยฝั่ง transport network ก็จะใช้ UNI-N ทำการ map Ethernet ที่ขอเข้าไปใน SDH ผ่าน GFP และ VCAT และ setup วงจรผ่าน network โดยใช้ ASON control plane และใช้ E-NNI ผ่านต่าง vendor ในส่วนของ control plane เองก็มีการคุยกันระหว่าง embedded controller ที่อยู่ในตัวอุปกรณ์เองกับ proxy controller ที่คุย ASON แทนอุปกรณ์อีกทีหนึ่ง

เทคโนโลยีหลักๆที่มีการ show กัน ก็มีดังนี้ครับ

1. การปรับ Ethernet service bandwidth แบบ in-service โดยใช้ VCAT/LCAS โดย UNI-C ทำการขอ bandwidth เพิ่มหรือลดมา แล้ว network ก็ทำการเพิ่มหรือลดจำนวน member ของ VCAT ให้โดยไม่กระทบ traffic

2. ปรับปรุง control plane ให้ทำงานในลักษณะ multi layer โดยจะประกอบไปด้วยสามส่วนคือ Ethernet Layer วิ่งอยู่บน VCAT Layer และ VCAT Layer ก็วิ่งอยู่บน SDH Layer อีกทีหนึ่ง การทำ call setup ก็ independent กันระหว่าง layer

3. show ว่าถ้า control plane fail ไป จะไม่มีผลกระทบต่อ traffic และเมื่อ control plane channel recover กลับมา จะต้องมีกระบวนการในการทำ synchronization ใน control plane layer ใหม่

4. ทำการสร้าง service แบบ EPL ตามที่กำหนดใน MEF โดยใช้ control plane (UNI 2.0/E-NNI)

จะเห็นว่าแต่ละปีมีการทำอะไรเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างช้าเหมือนกันนะครับ ไม่ได้เร็วอย่างที่ผมคิดเท่าไร แต่พอลงในรายละเอียด มันก็คงมีเรื่องที่ซับซ้อนอยู่เยอะเหมือนกัน เขาถึงค่อยๆขยับทีละนิดๆ

Sunday, September 23, 2007

Seara Fitness New #

Seara เปลี่ยนเบอร์เป็น 02 1851921-4 เบอร์ fax เป็น 02 1851927 จากเดิม 02 382 1722

Firefox Cache

เพื่อจะ download พวก flash movie หรือ images จาก firefox cache ต้องทำตามข้อมูลข้างล่าง

The location for cached Firefox web elements is under the \Documents and Settings\[username]\Local Settings\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\[profilename]\Cache directory in XP. However the files held there are saved as a range of alphanumeric strings and not as filenames. This is primarily for security purposes, so that a malicious file/script in your cache can't be launched easily. To view the cache contents, type "about:cache?device=disk" (without quotes) in the Firefox address bar and press Enter - all the cached entries will be shown as links, with further details when you click on each link.

Photonics Integrated Circuit (PIC)

PIC หรือ Photonics Integrated Circuit น่าจะเป็นอะไรที่ปฎิวัติวงการ optical communications เหมือนกับที่ Electronics Integrated Circuit หรือ IC ที่เรารู้จักกันปฎิวัติวงการ Electronics เมื่อหลายปีก่อน ถ้าจะอธิบายว่า PIC คืออะไรก็ให้คิดง่ายๆว่า ก็เหมือนกับการนำเอา optical components ต่างๆไม่ว่าจะเป็น laser, amplifier, multiplexer มารวมกันอยู่บน chip ตัวเดียวกัน เปรียบเหมือนกับ IC เป็นการนำเอา transistors, capacitors, resistor มารวมกันบน chip ตัวเดียวกันนั่นเองครับ ตอนนี้บริษัทที่ทำ PIC ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำอยู่เจ้าเดียวก็คือ Infinera ซึ่งมี product ประเภท Digital ROADM ออกมาแล้วโดยใช้เทคโนโลยี PIC อันนี้แหละ การที่เป็น Digital ROADM ก็หมายความว่า wavelenth หรือ subwavelenght แต่ละ channel จะถูก convert ไปใน digital domain ทุกครั้งที่ผ่าน Digital ROADM ซึ่งจะทำให้การ provision wavelengths มีความ flexible มาก ไม่มีปัญหาเรื่อง wavelength blocking และมีความสามารถด้าน OAM มากกว่า อีกทั้งยังสามารถนำ control plane เข้ามาใช้กับ optical domain ได้ง่ายขึ้นด้วยเพราะการ engineering optical path ไม่ยุ่งยากเหมือนเดิม


เทคโนโลยี PIC ทำให้ต้นทุนลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ discrete optical components อย่างในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังทำให้ลด internal fiber patching ภายในอุปกรณ์อีกด้วย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุถึง 70% ที่ทำให้อุปกรณ์ fail ตอนนี้การผลิต PIC ก็มีสองแบบคือแบบ hybrid กับแบบ monolithic แบบ hybrid ก็เป็นการนำเอา component บน material ที่ต่างกันมารวมกันบนเป็น chip เดียวกัน ซึ่งก็จะได้คุณสมบัติที่ดีที่สุดสำหรับ component แต่ละตัวบน material ที่เหมาะสม ส่วนแบบ monolithic ก็ง่ายในการผลิตมากกว่าโดยเอา component ทุกอันมาอยู่บน substrate อันเดียวกัน แต่ก็ compromise optimum characteristics ของแต่ละ component ไป

ผมว่า PIC นี่น่าติดตามมาก ใครที่กำลังจะลงทุนสร้าง optical core backbone ในเมืองไทย ถ้ายังมีเวลาไม่รีบ ก็น่ารอดูอีกสักระยะจริงๆ

reference : PIC Whitepaper

Saturday, September 22, 2007

Inspire the New Life Podcast

ผมว่างๆก็จะหา podcast/blog ที่เกี่ยวกับ telecom โดยเฉพาะ optical technology ไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยจะเจอเท่าไร แต่ที่ web http://www.inspirethenewlife.com/ ของทาง Tellabs อันนี้ใช้ได้เลยครับ โดยส่วนใหญ่จะเป็น video และก็มีอ้างอิงถึง product Tellabs บ้าง แต่ได้ความรู้ดีทีเดียว และมี link ไปหา whitepaer ดีๆเยอะแยะเลย (ดูจาก cheatsheet ใน web)



อีกอันเป็น blog เกี่ยวกับ wdm อยู่ที่ WDMBlog คนเขียนเป็นชาว russia เคยทำงานอยู่ที่ Agilent นอกจาก blog อันนี้แล้วยังเขียน blog เกี่ยวกับ FTTH ด้วย และปิดท้ายด้วย resources ซึ่งมีทั้ง podcasts และ whitepaper จาก currentanalysis ซึ่งมีทั้งแบบ free และแบบเสียเงิน ต้องคอย check ดูเรื่อยๆเพราะจะมีอะไรที่มีประโยชน์มากๆมาให้ free เป็นระยะๆ

Tuesday, September 18, 2007

3rd ASON Interop Test

วันที่ 17-19 กันยายน 2550 บรรดา optical vendors และ operators รายใหญ่ทั้งหลายมาร่วมกันทดสอบ Interop ของ ASON กันอีกครั้งเป็นครั้งที่สามโดยครั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมทดสอบในฝั่ง vendors ก็มี Alcatel-Lucent, Ciena, Ericsson, Huawei Technologies, Marben Products, Sycamore Networks, Tellabs และ ZTE ส่วนในฝั่งของ operators ก็มี AT&T, China Telecom, Deutsche Telekom, KDDI Labs, Telecom Italia และ Verizon หลายคนอาจจะไม่คุ้นกับ Marben Products บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ทำ software ที่เกี่ยวกับ network protocol stack ทั้งหลายเช่น protocol ต่างๆใน GMPLS และบริษัท vendor หลายๆรายก็ใช้บริการของบริษัทนี้

ปีนี้ก็จะทดสอบในเรื่อง Ethernet Private Line ผ่านหลาย vendor โดยใช้ UNI 2.0 ร่วมกับ E-NNI โดย features หลักๆที่ทดสอบกันประกอบด้วย การ setup Ethernet Private Line ผ่่าน control plane, การทดสอบเรื่อง neighbor discovery, การทดสอบเรื่อง control plane failure recovery และการทดสอบเรื่อง in-service bandwidth modification (คงจะใช้ LCAS) นอกจากนี้ใน control plane ก็จะมีการทดสอบการ interwork กันระหว่าง ASON controller ที่ฝังอยู่ใน network element กับ proxy controller ที่เป็น server ที่ทำหน้าที่แทน network element ในการคุย protocol ASON กับคนอื่นอีกที

เพียงแค่วันแรกทาง OIF ก็ประกาศว่าทดสอบสำเร็จเรียบร้อยแล้วครับ ก็คงจะเตรียมการกันมาก่อนหน้าแล้วแหละครับ สามวันนี้ก็คงจะ show ให้ public ทราบเท่านั้นเอง ดูรายละเอียดได้ที่เวป oif ครับ www.oiforum.com

Update นิดครับ ผมเพิ่งสังเกตุว่า ITU-T ออกมาตรฐาน 8011.1 สำหรับ EPL และ 8011.2 สำหรับ EVPL ออกมาแล้วนะครับ

Wednesday, September 12, 2007

My Garden Work

เชื่อว่าหลายคนคงเคยต้องปูพื้นหรือปลูกหญ้า ผมไม่เคย พอต้องทำครั้งแำรกก็ได้เรียนรู้หลายอย่างเหมือนกัน และไม่ยากเลย เริ่มที่การปูพื้นโดยใช้อิฐบล็อกก่อนหรือตัวหนอนของซีแพค ขั้นแำำรกก็ต้องถอนหญ้าออกให้หมดก่อน และถ้าจะให้ดีเห็นว่าควรเอาพลาสติกที่เป็นรูพรุนๆวางกันหญ้าขึ้นมาปูไปด้วย แต่ผมไม่ได้ทำเพราะดูมัน synthetic ยังไงไม่รู้ จากนั้นก็ให้ปรับระดับด้วยทรายหยาบ (ทรายจะมีอยู่หลักๆ 4 ประเภทนะครับคือ ทรายดิน ทรายถม ทรายหยาบ และ ทรายละเอียด ทรายดินใช้สำหรับปลูกต้นไม้ ทรายถมใช้ปลูกหญ้า ทรายหยาบใช้ปรับระดับ และทรายละเอียดใช้โรยหน้าอีกที) เน้นว่าให้ใช้ทรายหยาบนะครับ อย่าใช้ดินเพราะดินมันจะนุ่มเกินไป พอเดินแล้วมันยวบๆ พอปรับระดับเรียบร้อยก็ปูตัวหนอน ดูเรื่องถ้าต้องตัดให้ดีเพราะต้องมีเครื่องตัดเพราะตัดเองยากมากถ้าไม่มีเครื่องมือ พอปูเสร็จแล้วก็ให้โรยด้วยทรายละเอียดเพื่ออุดร่องรอยต่อให้ดูสวยงามขึ้น ส่วนการปูหญ้าให้ปรับระดับด้วยทรายถมนะครับเพราะจะมีเชื้อดินอยู่

ค่าใช้จ่ายถ้าทำเองไม่แพงเลยครับ ตัวหนอนสีเทาธรรมดาก้อนละห้าบาท ทรายถ้าซื้อตามที่ขายทรายทั่วไป ขอแบ่งเขาซื้อเป็นถุง ทรายหยาบถุงละ 30 บาท ทรายถมถุงละ 25 บาท หญ้าผืนละแปดบาท ดินก็ 6-7 ถุงร้อย

Thai ICT Statistics

ถ้าต้องการรู้สถิติเกี่ยวกับ ICT ของบ้านเรา หรือจริงๆของทุกประเทศในโลกนี้ แหล่งหนึ่งที่สามารถดูได้คือที่ web ของ ITU โดยจะมีสรุปไว้ให้ทั้งส่วนของข้อมูลจำนวนผู้ใช้ fixed line, mobile, internet และมีข้อมูล operator ที่ให้บริการด้วย นอกจากนี้ก็มีข้อมูลอื่นๆอีกหลายส่วนในมุมมองของคนอื่นที่มีต่อบ้านเราครับ

Tuesday, September 11, 2007

RFID Chip Causes Cancer

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวแพร่สะพัดไปหมดว่า rfid chip ที่ใช้ฝังอยู่ในสัตว์ทดลองทำให้เกิดมะเร็งขึ้น สามารถไปดูข่าวโดยละเอียดได้ที่ associated press ผมอ่านดูแล้ว เป็นการทำวิจัยจากปี 1996 ถึงปี 2006 โดยมีหลายกลุ่มด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นการทดลองในหนู นักวิจัยบางคนสรุปตรงๆเลยว่า การฝังตัว rfid chip นี้ทำให้เกิดมะเร็งขึ้น

ข่าวนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท VeriChip ที่ทำ chip สำหรับฝังในคน โดยในปัจจุบันได้ฝังในคนไปแล้วทั้งหมด 2000 คนทั่วโลก ทั้งนี้บริษัท VeriChip นี้ได้รับการอนุญาตโดย FDA ของอเมริกาถูกต้องทุกประการ ผมว่าข่าวนี้คงทำให้บริษัท VeriChip แย่ไปพอสมควรเพราะเพิ่งจะเข้าตลาดด้วย แต่ที่สำคัญเนื่องจากข่าวนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางโดยสื่อ ผมกลัวว่าคนจะเริ่มเข้าใจผิด เหมารวมมองเทคโนโลยี RFID ว่าเกี่ยวกับมะเร็งหรือทำให้เกิดมะเร็งไป แต่หวังว่าคงจะไม่เป็นอย่างนั้นครับ

Monday, September 10, 2007

Get Login Page in Drupal

ผมไปลองตั้งให้ User Login module ใน Drupal เห็นเฉพาะ authenticate user ทีนี้พอ logout ออกมาแล้วก็จะหาทาง login ไม่เจอจะเข้าไปเปลี่ยนอะไรอีกทีก็ไม่ได้ วิธีเอาหน้า login เข้ามาก็คือไปที่ ?q=user ดูง่ายๆแต่บางทีก็ลืมหรือนึกไม่ถึงเหมือนกัน ที่ต้อง disable login ก็เพราะ site ที่ทำอยู่ยังไม่จำเป็นต้องเปิดรับ user และยังมีปัญหานิดหน่อยกับ IE เรื่อง frameset ด้วย

Sunday, September 9, 2007

Setting Up Cron Using Poormanscron

ลองพยายาม set crontab ในสองสาม hosting ที่ใช้ทั้ง DirectAdmin และ Plesk แต่ไม่ work ทั้งแบบใช้ cron-curl.sh ของ drupal และ ใช้ /usr/bin/php /home/user/public_html/.../cron.php สุดท้ายก็มาใช้ poormanscron อย่างที่หลายๆคนแนะนำ ผมว่าดีกว่าอีกไม่ยุ่งดี และทุกอย่างอยู่ใน control ของเรา download ที่นี่ ครับ

Friday, September 7, 2007

OpenDNS

เป็นบริการ DNS ฟรีที่ป้องกัน web site พวก phishing ให้รวมทั้งพวก Adult sites ด้วย เท่าที่เขาบอกอีกก็คือเขามี performance ที่ดีมาก reliable เพราะมี cache อยู่หลายที่ ผมลองใช้แล้วก็ ok อย่างน้อยก็ช่วยป้องกัน site พวก phishing/bad web sites ให้เราขั้นหนึ่ง ไปที่ opendns.com แล้วลองดูครับ DNS addresses เขาอยู่ที่

208.67.222.222
208.67.220.220

ถ้าสร้าง account กับเขาแล้วเราสามารถ customize ค่า blocking ต่างๆที่เราต้องการและสามารถสร้าง whitelist และ block domains ที่ต้องการได้ รวมทั้งค่าอื่นๆอีกหลายอย่าง

Monday, August 13, 2007

Upload Any File Types to Wordpress

ลองพยายามหาที่ setting ว่าให้ upload file นามสกุลอื่นได้ใน wordpress แต่ไม่เจอ ไปเจอ plugin ตัวนี้ของ Peter Westwood ที่ Peter Westwood Blog

ใช้ได้ดีครับผมเอามาไว้ที่นี่ด้วย pjw-mime-config.zip โดยให้เปลี่ยนนามสกุลหลัง download เป็น .php นะครับ ส่วนตัวอย่างการ set mime type ดูได้จากไฟล์นี้ครับ mime.txt

TWiki Installation Tips

ผมได้ลองติดตั้ง TWiki ที่ใช้กันมากในกลุ่มบริษัททางด้านเทคโนโลยีทั้งหลาย โดยมักจะใช้เป็น platform สำหรับ product development หรือสำหรับ technical archive โดยผมได้ลงทั้งบน Windows XP ของผมเองและลงบน Linux Server ของบริษัท มีจุดเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เสียเวลาค่อนข้างมากถ้าไม่รู้มาก่อนเลยเอามาจดไว้กันลืม เผื่ออนาคตต้องลงใหม่ (ทั้งสองแบบใช้ Apache เป็น Web Server) จะขอสรุปจุดหลักๆที่ต้องทำนอกเหนือไปจากการติดตั้งตามปกติดังนี้

1. TWiki ใช้ perl เป็นหลักแทบไม่ได้ใช้ php เลย ดังนั้นต้องลง perl ก่อนเลยเป็นอันดับแรก ผมใช้ perl ของ ActivePerl 5.8.8 สำหรับ Windows ส่วน Linux นั้นมีอยู่แล้ว

2. จะมี module อันหนึ่งของ perl ที่ต้องใช้เพื่อให้สามารถ Login และ Logout ได้ใน TWiki คือ CGI::Session (อันนี้เป็นชื่อ module เลยครับ) ซึ่งวิธีการลง module บน ActivePerl ก็ไม่ได้มีเขียนไว้ละเอียดเท่าไรเลย ถ้าไม่รู้อาจเสียเวลาพอสมควร วิธีการก็คือต้อง download CGI::Session module ในรูปแบบ zip file แล้วมาติดตั้งผ่านทาง command line จริงๆแล้ว ActivePerl จะมีโปรแกรม Perl Package Manager มาให้ โดยตามหลักก็คือตัว Perl Package Manager นี้จะ sync เข้ากับ web site ของ ActivePerl แล้วเราควรจะเลือกได้ว่าจะลง module ไหนเพิ่มเติม แต่ผมมีปัญหากับการ sync นี้มาก เพราะลองเท่าไรก็ไม่เห็นจะได้สักที ส่วนวิธีการลงแบบ manual ก็จะมีเขียนไว้ใน help ของ Perl Package Manager ดังนี้
As an alternate method for installing packages, you can download zip files for the packages that you need from http://ppm.activestate.com/PPMPackages/zips/. To use these files:
1. Unzip the package to a temporary directory.
2. Install the package by specifying the ppd file directly:
ppm install c:\tmp\module-name.ppd

ส่วนใน Linux ก็ต้องลง Perl Module เพิ่มเหมือนกันครับ แต่ของผมจะต้องลง FreezeThaw Module ก่อนที่จะลง CGI::Session ด้วย วิธีลงก็ให้ download ทั้ง FreezeThaw กับ CGI::Session RPM มาแล้วลงโดยใช้ rpm -i (ลอง man rpm ดูด้วยแล้วกันว่ามี options อะไรบ้าง) ทั้งสาม modules ผมเอามาไว้ที่นี่ครับ

cgi session module on windows
freezethaw module on linux
cgi session module on linux

3. File ที่มากับ TWiki Installation ใน directory bin จะเป็น perl script ที่ไม่มีนามสกุลอะไร ซึ่งถ้าเราลอง browse มาที่ perl script พวกนี้ผ่าน Apache ใน Windows มันก็จะไม่ run script แต่จะขึ้นมาเป็น text แทน ต้องไปทำการเปลี่ยนนามสกุลให้เป็น .pl ถึงจะยอม วิธีที่จะแก้ปัญหานี้ก็คือต้องเพิ่ม file .htaccess เข้าไปใน directory bin นี้ โดยให้ใส่ settings สองอันนี้เข้าไป
Options ExecCGI FollowSymLinks
SetHandler cgi-script

และอย่าลืมแก้ไฟล์ perl ใน bin ที่หัวไฟล์ให้ชี้ไปยัง location ของโปรแกรม perl ด้วย

4. พอลงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ไป configure TWiki installation โดยทั่วไปก็จะเป็นที่ http://localhost/TWiki/bin/configure สำหรับใน Windows ให้ไปที่ Store Settings แล้วให้เปลี่ยน parameter ตัวแรกเลยคือ Store Impl ให้เป็น RCSLite ไม่งั้นจะยังใช้ไม่ได้ จริงๆแล้วจะใช้ RCSWrap ก็ได้แต่คุณจะต้องหาโปรแกรมพวก RCS ต่างๆมาลงให้ครบเลยแนะนำให้ใช้ RCSLite ดีกว่าไม่ยุ่งยากดี

5. ใน Windows เพื่อที่จะให้สามารถ search ได้ใน TWiki จะต้องหา script พวก egrep, grep และ ls สำหรับ Windows มาลงด้วย ไม่งั้นจะ search อะไรไม่เจอเลยเพราะ TWiki ใช้ scripts พวกนี้เวลา search อย่าลืมนะครับว่า TWiki นั้นไม่มี database แต่อย่างใด ทุกอย่างเก็บเป็น file based หมด และอย่าลืม set path ไปหา scripts พวกนี้ใน Store Settings ด้วย

6. ทั้ง RCS Support files และ egrep/grep/ls ผม upload ขึ้นมาไว้ที่นี้ twikiUnixSupportFiles.rar ครับ

7. เวลาจะ edit templates ให้ดูให้ดีว่า template path set ถูกต้องหรือยัง อย่าลืม set ใน Miscellaneous Settings ด้วย

8. TWiki จะใช้ concept ของ Hierarchy โดยจะเริ่มจาก มี concept ของ Web ซึ่งเราสามารถสร้าง web เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆกันได้ เช่นผมสร้าง technical support web กับ project web ขึ้นมาเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องแต่ละส่วน ถัดจาก web ก็จะเป็น page แต่ละ page โดยที่เราสามารถ set ได้ว่า page ไหนเป็น child หรือ parent ของ page ไหน แต่ละ web ก็จะมี default page คือ WebHome และสามารถ set preferences ของ web นั้นๆได้โดยการ edit หน้า WebPreferences ของแต่ละ web ส่วน Global Settings จะอยู่ที่ TWiki.TWikiPreferences ทั้งนี้ TWiki Web เปรียบเสมือน Root Web ส่วน Default Web ที่ลงมาให้จะเรียกว่า Main web

9. TWiki จะเก็บข้อมูลแต่ละ page ในรูป file โดยข้อมูลที่เป็น internal เช่น FileAttachmentInfo, TopicMovement และข้อมูลใน User-defined form ต่างๆ จะถูกเก็บใน META Tag แต่ก็อยู่ใน file นั้นแหละ

10. FINALPREFERENCES ใช้กันการ set parameter ใน hierarchy ที่เล็กกว่ามา Override hierarchy ที่ใหญ่กว่า

11. TWiki page ทุก page จะถูก evaluate ทั้งหมดก่อน ก่อนที่จะเริ่ม output html ออกมา

12. การ add form เข้าใน page ทำโดยการสร้าง table ที่ประกอบไปด้วย fields ของ form ก่อนแล้วเวลาจะสร้าง page ที่ต้องการให้มี form นี้ ก็ให้ทำผ่านตัวแปร formtemplate รายละเอียดดูได้ใน TWiki Documentation

13. เวลาย้ายเครื่องให้เริ่มจากลงใหม่เรียบร้อยแ้ล้วทำการ register user ที่ต้องการใหม่ (ให้ disable mail send ใน security setting กับ mail and proxies setting ผ่าน configure) แล้วย้ายข้อมูลเดิมจาก directory data กับ pub แค่นั้น ง่ายดีไม่ยาก เหมาะกับการทำงานกับ local ที่อาจต้องมีการย้ายเครื่อง ภายหลัง อย่าลืม backup แล้วกัน

Saturday, August 11, 2007

Machine Error 76 on Brother P2500

วิธีแก้คือ
1. ปิดเครื่อง
2. กด Job Cancel พร้อมกับเลข 1 ค้างไว้แล้วเปิดเครื่อง
3. พออยู่ใน Maintenance Mode ให้กด 01 หรือ 91 เพื่อทำ Parameter Init
4. กด 99 เพื่อทำการ Reboot
ลองแล้วแก้ได้ครับ

Wednesday, August 8, 2007

Songs for My Kid

แมงมุมลาย
แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน
วันหนึ่งมันเปียกฝน ไหลหล่นลงจากบนหลังคา
พระอาทิตย์ส่องแสง น้ำเหือดแห้งหายไปลับตา
มันจึงไต่ขึ้นฝา หันหลังมาทำตาลุกวาว

Tuesday, July 31, 2007

Internet Protocol Subscriber Line (IPSL)

ตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่คาดกันว่าจะมาแทน VDSL2 ซึ่งรองรับ speed สูงสุดในเทคโนโลยีตระกูล xDSL แต่ได้ที่ระยะทางสั้นๆ เทคโนโลยี IPSL หรือ Internet Protocol Subscriber Line จะทำให้ได้ speed ที่สูงขึ้นและได้ระยะทางที่ไกลขึ้นด้วย และยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ ADSL ได้อย่างกลมกลืน ว่ากันว่าด้วยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ได้ speed มากกว่า VDSL2 ถึง 40% และสามารถแบ่งการใช้ bandwidth ระหว่าง upstream กับ downstream ได้ด้วยการ settings โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยน hardware แต่อย่างใด ทำให้สะดวกสำหรับ operator ในการปรับการให้บริการระหว่าง residential customer ซึ่งต้องการ downstream speed ที่มากกว่ากับ business customer ที่อาจจะมีความต้องการทั้ง upstream กับ downstream ที่เท่ากัน นอกจากนี้ IPSL ยังมีความสามารถในการทำ adaptive equalization เพื่อตอบสนองต่อสัญญาณรบกวนที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดีกว่า VDSL2 มาก

ผมอาจจะมีโอกาสได้ร่วมทดสอบกับเขาถึงเทคโนโลยีอันนี้ถ้าโชคดี ผลเป็นยังไงเดี๋ยวมาเขียนอีกที

Monday, July 30, 2007

ASON Benefits

ผมเคยเขียนสรุปประโยชน์ของ ASON ไว้ให้ลูกค้ารายหนึ่ง ถ้าสามารถเอามาใช้กันได้อย่างเต็มรูปแบบจริงซึ่งคงต้องใข้ระยะเวลาอีกสักพัก ลองกลับไปอ่านดูแล้วพบว่าตัวเองเขียนได้ไม่เลวทีเดียว ต้องเอามาเก็บไว้ในนี้สักหน่อย


1. Bandwidth on-demand services. Right now all services through the network need to be provisioned by NMS system in a fixed and static fashion. This involves many system and is quite slow to provision. The charge to customer is therefore quite an expensive monthly charges. With bandwidth on-demand the services are created as needed and the charges will be more competitive and affordable to more customers.

2. Flexible level of SLA. With ASON technology, multiple protection/restoration schemes can be created resulting in many available service packages to variety of customers. With this flexibility, You can cover a complete small and large customers and therefore gain more market share in the telecom business.

Tuesday, July 10, 2007

Great Telecom/IP Flow Diagram

ผมไปเจอ web นี้เข้าโดยบังเอิญ เป็น web ที่ขายพวก software tools ในการทำ diagram ต่างๆของระบบ network แต่มีข้อมูลรายละเอียดของ flow ต่างๆที่น่าสนใจมากไม่ว่าจะเป็น signaling, v5.2, sip, gsm, tcp/ip และอีกหลายๆเรื่อง น่า download เก็บสะสมไว้มากครับ address อยู่ที่

http://www.eventhelix.com/RealtimeMantra/

Saturday, June 23, 2007

ODU Cross Connect

ในอุปกรณ์ BBXC ของทาง Telecom ที่ใช้เทคโนโลยี SDH มักจะมี spec ที่สำคัญคือขนาดของ Cross Connect ครับ โดยจะบอกเป็น ตัวเลขของ High Order และ Low Order ตัวเลข High Order คือการ cross connect กันที่ระดับ VC-4 หรือ STM-1 ส่วนตัวเลขของ Low Order คือการ cross connect กันที่ระดับ VC-3 (34 Mbps) หรือ VC-12 (2 Mbps) ส่วนล่าสุดนั้นเมื่อมีเทคโนโลยี DWDM นั้น แต่ละ wavelength จะถูกหุ้มด้วย overhead อีกชั้นหนึ่งนอกเหนือไปจาก SDH Overhead หรือ Overhead ของอะไรก็ตามที่หุ้มอยู่ใน wavelength นั้นๆ แต่ก่อนเรียกกันว่าเป็น Digital Wrapper ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน G.709 มีเป็นลำดับชั้นเลียนแบบ SDH เช่น OCH, OPU, ODU, OMS และ OTS ดังนั้นอุปกรณ์ BBXC ใหม่ๆที่ทันสมัยหน่อยก็จะสามารถ cross-connect กันในระดับ ODU ได้เลย ไม่จำเป็นต้องแกะลงไปถึง VC-4 เพราะไม่จำเป็น และ traffic ที่วิ่งอยู่ใน wavelength อาจจะไม่ใช่ SDH traffic ก็ได้ แต่ทุก wavelength จะมี ODU เหมือนกันหมดถ้าเป็นไปตาม G.709 ครับ

Wednesday, June 13, 2007

ASON Restoration Among Vendors

คุยกับหลาย vendors สรุปว่าที่ test ASON กันที่ OIF นั้น test แค่การ setup วงจรผ่าน UNI และ E-NNI ธรรมดา แต่การทำ restoration ข้าม vendors ผ่านทาง E-NNI ยังทำไม่ได้ ดังนั้นผมว่าถ้าใครจะวาง ASON ใน backbone ให้วางยี่ห้อเดียวกันไปเลยดีกว่า จะได้ประโยชน์ feature Restoration ได้อย่างเต็มๆ เพราะมีประโยชน์มาก ทำให้ backbone มีความ resilient ขึ้นกว่า protection ธรรมดามาก คือ protect multiple failures ได้ ถ้า network มีความเป็น mesh เพียงพอ

ต่อหัวเสือ

ผมไม่ได้มาเขียนซะนาน ยุ่งกับการย้ายบ้าน เจอเหตุการณ์ที่น่ามาเขียนเป็นความรู้เก็บไว้ ที่บ้านข้างๆมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งสูงทีเดียวมีต่อหัวเสือ (ตัวใหญ่เท่าแมลงสาบตัวเล็กๆ ที่ก้นมีลายพาดสีส้ม) มาทำรับบนกิ่งไม้ขนาดเท่าลูกบอล ใหญ่ดูน่ากลัวมาก อ่านในเวปดูเขาบอกว่าห้ามปล่อยไว้เฉยๆ เพราะอาจจะมีวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุเป็นอันให้รังมันถูกกระแทก หรือต้องตกลงมาแล้วถ้าพอดีเราอยู่ตรงนั้นพอดีมันจะโมโหมากแล้วต่อยเราได้ ซึ่งพิษของมันแรงมาก ทำให้ไตเสีย และถ้าโดนเยอะๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ผมมาศึกษาวิธีกำจัดอย่างถูกวิธีซะทีหลังเลยยุ่งหน่อย แต่ที่ถูกคือต้องให้คนที่เขาทำเป็นมาจัดการ แนะนำกันว่าให้โทรไปร่วมด้วยช่วยกันเบอร์ 1677 จะมีคนมาทำให้ วิธีที่ถูกคือต้องทำช่วงกลางคืนเพราะต่อทั้งหมดจะกลับเข้ารัง และไอ้เจ้ารังต่อนี้จะมีทางเข้าทางออกทางเดียว คนที่เป็นเขาก็จะอุดรูทางเข้าออกก่อนเสร็จแล้วก็อาจจะฉีดยาเข้าไปให้ตายทั้งหมด หรือเผา สาเหตุที่ต้องให้ตายทั้งหมดเพราะไม่งั้นมันก็อาจจะพยายามมาวนไปเวียนมาสร้างรังใหม่อีกทีหนึ่งซึ่งเป็นกรณีที่ผมเจอครับ

Wednesday, April 18, 2007

Cannot Delete Files with "apache" Owner

ผมใช้ Bytehoard ตั้งใจว่าจะใช้ manage files บน web แต่ปรากฎว่าเวลา upload files ขึ้นไปจะถูก set owner เป็น apache และ permission เป็น rw------- ซึ่งทำให้ใช้ plesk ลบไม่ได้และก็ download ไม่ได้ด้วย ผมว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากสองส่วนด้วยกัน อันแรกคือตัว host เองซึ่ง run php เป็น module ทำให้เวลา spawn child process ออกมาจะมี user เป็น apache ซึ่งผมไม่รู้ว่ามีทาง config ให้ set user/group ให้เป็น user ที่ลูกค้าใช้ได้หรือเปล่า เพราะลองอ่านหนังสือ apache ดูเห็นมี directive AssignUserID สำหรับ Virtual Host อยู่ ไม่รู้ถ้าทาง hosting set อันนี้จะ OK หรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะตัว script ของทาง Bytehoard เองที่ไม่รู้ทำไมไป set permission แบบนั้น อาจจะเป็นด้วยเหตุผลด้าน security แต่ก็ถือว่าทำไม่สมบูรณ์เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผม download file ที่ผม upload ขึ้นไปไม่ได้ คือได้ file มาแต่ size เป็น 0

workaround ที่ผมใช้ในการลบ files พวกนี้ก็คือเข้าไปใน plesk filemanager แล้วหา file ที่มี owner เป็น apache แล้วก็ทำการ edit เพื่อใส่ script unlink() กับ rmdir() เข้าไปแล้ว run script นี้ อย่าลืมว่าต้องใช้ absolute path เป็น parameter คือเริ่มตั้งแต่ /home/vhosts/.... (check ดูใน phpinfo())

directory cache กับ upload ของ wordpress ก็มี owner เป็น apache เหมือนกันแต่ดูเหมือน wordpress set permission ได้ถูกต้องจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

เพิ่มเติมตัวอย่าง php script ที่ใช้ จะมีทั้ง unlink, rmdir และ chmod ส่วน chown นั้นใช้ไม่ได้ เพราะต้องเป็น root เท่านั้น

echo unlink("/home/httpd/vhosts/greatnote.com/httpdocs/..")? "success" : "fail";
echo rmdir("/home/httpd/vhosts/greatnote.com/httpdocs/..")? "success" : "fail";
echo chmod("/home/httpd/vhosts/greatnote.com/httpdocs/..",0777)? "success" : "fail";


สำหรับ chmod ต้องเป็นสี่หลักนะครับคือ 0777 ถ้าเป็น 777 จะไม่ได้

Monday, April 16, 2007

UTF8 and MySQL 5.0 Problem

ลืมเรื่อง set default-character-set หรือ collation หรือ init-connect settings ใน my.ini ไปได้เลย นั่ง set มาทั้งคืน ไม่ได้มีผลเปลี่ยนอะไรเลย สุดท้ายแค่ใส่ skip-character-set-client-handshake เข้าไปใต้ [mysqld] ก็แก้เรื่องภาษาไทยได้เลย ที่ผมต้องพยายามหาทางให้ได้เพราะผมไม่อยากไปเปลี่ยน code ใน wp-db.php และผมแน่ใจว่า ข้อมูลใน database เป็น utf8 จริงๆ แต่แน่นอนแหละครับ พอเอาไปขึ้น host ของคนอื่นก็ต้องเปลี่ยน wp-db.php นั่นแหละ

ใส่อันนี้เข้าไป mysql_query("SET NAMES 'UTF8'"); ก่อน $this->select($dbname);

Saturday, April 14, 2007

Akismet Plugin

เห็นมาตั้งนานแต่ก็ไม่ได้ลอง activate plugin ตัวนี้สักที ต้องมี Wordpress API Key เพื่อ activate ด้วยโดยจะต้องลงทะเบียนที่ wordpress.com ของผมเคยลงไว้นานแล้วได้ anuchit.wordpress.com มา พอ activate แล้วไปที่ Manage Akismet Spam ปรากฎว่าเจอ Spam ตั้ง 200 ตัวแหนะ ขนาดผมลบอยู่เรื่อยๆนะเนี่ย Plugin ตัวนี้มันจะลบ Spam เองทุก 15 วัน น่าจะประหยัดเวลาผมไปเยอะ

Thai Line Breaking in Firefox

ผมไม่ได้หามานานและทนใช้ firefox original แบบตัดคำไทยผิดๆถูกมาตลอด ล่าสุดลอง google ดูและ download extension อันนี้มาใช้เป็นของ http://www.osdev.co.th/ โดยผมใช้ firefox version 2.0.0.3 ปรากฎว่าใช้ได้ดีครับ blog ผมดูสะอาดขึ้นเยอะเลย

Friday, April 13, 2007

Air Condition Maintenance

เวลาล้างแอร์ก็ให้ถอดหน้ากากออกให้หมดจนเห็น fan coil ด้านในแล้วเอาผ้าพลาสติกหุ้ม ต้องดันแอร์ออกเล็กน้อยเพื่อให้ยึดผ้าพลาสติกได้ เห็นช่างเอาหกเหลี่ยมดึงด้านล่างออก แล้วค่อยยกขึ้นนิดหนึ่ง ด้านล่างข้างหลังจะเกี่ยวเอาไว้กับแผงที่ยึดกับผนังอีกที ต้องค่อยๆขยับไปมา ไม่น่าจะยากเกินไป เอาผ้าเช็ดตัวหนาๆคลุมส่วนที่เป็นไฟฟ้าไว้แล้วฉีดน้ำล้าง แล้วตามด้วยฉีดผงซักฟอกล้าง อย่าลืมอัดน้ำเข้าไปในท่อระบายน้ำทิ้งด้วย พอล้างข้างในเสร็จก็ไปล้างที่คอยล์ร้อน โดยต้องล้างไปในแนวเดียวกับที่พัดลมเป่า ก็คือฉีดน้ำจากด้านในออกด้านนอก เวลาฉีดน้ำนั้นสำคัญมากก็คือให้ฉีดในแนวตั้งฉากกับพวกฟินคอยล์เย็นเพื่อไม่ให้เกิดการบิดตัวเพราะฟินพวกนี้บอบบางมาก ถ้าฉีดแนวเฉียงจะทำให้ฟินพับไปหมด สำหรับคอยล์ร้อนถ้าฉีดแนวตั้งฉากไม่ได้(ด้านล่างๆ) ก็ให้ฉีดจากบนลงล่างในแนวเดียวกัน อย่าลืมเอาอะไรคลุมส่วนที่เป็นไฟด้วย จากนั้นให้เอา blower เป่าทั้งข้างในและข้างนอกให้แห้งสนิท

เวลาทำงานพวกนี้ให้เช็คก่อนว่าไม่มีไฟจริงๆ แม้จะปิดเบรกเกอร์แล้วก็ต้องเอาไขควงเช็ำคไฟเช็คก่อนด้วย และอย่ายืนบนน้ำ อย่างน้อยให้ใส่รองเท้ายางเวลาทำงานพวกนี้ เพราะบางทีอาจจะมีการต่อไฟไว้ผิดคือ L เป็น N และ N เป็น L ถ้าต่อผิดด้วยและมีการช็อตไปยังโครงแอร์อยู่พอไปจับและยืนบนน้ำก็แย่แน่ๆ พยายามจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีและเป็นระเบียบ อย่ารก มีสติและไม่รีบร้อนครับ

Tuesday, March 20, 2007

Various RFID Standards and Frequencies

ขอสรุปเรื่อง RFID ที่อ่านมาหน่อย มาตรฐานหลักๆของ RFID ในปัจจุบันมีสองค่ายด้วยกันคือ ISO กับ EPCGlobal ทางฝั่ง ISO ก็จะมีมาตรฐาน Air Interface ในย่าน UHF คือ 18000-6A กับ 18000-6B ส่วนทางด้าน EPCGlobal ก็จะมีมาตรฐานออกมาสองรุ่น รุ่นแรกคือ EPCGlobal Gen 1 ซึ่งประกอบไปด้วย Class 0 กับ Class 1 Tag อีกรุ่นหนึ่งคือ EPCGlobal Gen 2 ซึ่งเตรียมไว้สำหรับ Class 1 ขึ้นไป แต่ตอนนี้ใช้กันหลักๆก็เห็นจะมีแต่เฉพาะ Class 1 เท่านั้น

ถ้าพูดกันถึงการจำแนกตาม Class ของ Tag ก็จะมีตั้งแต่ Class 0, Class 1, Class 2 ไปจนถึง Class 3 โดยจะแบ่งตามความสามารถในการเขียนข้อมูลลงไปบน Tag และเรื่อง passive/active ถ้า Class 0 ก็จะเป็น passive และเขียนไม่ได้ Tag ID ถูก fixed มาตั้งแต่โรงงาน พอเป็น Class 1 ก็ัยังคงเป็น passive อยู่ แต่จะ read/write ได้ ส่วน Class 2 ก็จะเป็น semi-passive คือตอนรับข้อมูลจาก Reader เป็นแบบ passive แต่พอจะส่งข้อมูลจะใช้ power จาก battery ช่วยในการส่ง สุดท้ายคือ Class 3 ก็จะเป็น active tag

Friday, March 16, 2007

RFID Singulation

นานแล้วเหมือนกันที่ผมได้อ่านมาตรฐาน EPCGen2 สำหรับ RFID tag แล้วจำได้ว่าตอนที่ผมอ่านเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการในการทำ Singulation ระหว่าง RFID Reader กับ tag นั้น ผมประทับใจกับความฉลาดของเทคโนโลยีนี้มาก ถ้าจะพูดง่ายๆสั้นๆว่า การทำ Singulation คืออะไร ก็คงต้องบอกว่า คือการที่ RFID Reader นั้นค่อยๆสั่งให้ tag แต่ละตัวหยุดสะท้อนสัญญาณกลับมาไปทีละตัวทีละตัวจนกระทั่งเหลือ tag ตัวเดียวที่พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ reader ซึ่งพอแลกเปลี่ยนข้อมูลเสร็จแล้วก็จะสั่งให้ tag ตัวนั้นหยุดส่งข้อมูลและค่อยให้ tag ตัวถัดไปเริ่มสะท้อนสัญญาณกลับและแลกเปลี่ยนข้อมูล



กระบวนการทำ Singulation นี้ค่อนข้างซับซ้อนแต่ถ้าเข้าใจแล้วสนุกมากครับ Reader จะส่งสัญญาณไปทีละ bit ไล่ไปตาม tree ของ tag id แล้วคอยฟังว่า tag ตัวไหนตอบกลับมาบ้าง ซึ่ง tag ก็จะดูว่า bit ที่ส่งสัญญาณมา match กับ id ของมัน so far หรือเปล่า รายละเอียดผมลืมไปเยอะแล้วเหมือนกัน คงต้องอ่านซ้ำอีกรอบเมื่อมีเวลาครับ แล้วจะกลับมาเขียน

Thursday, March 15, 2007

Solving Channel 3 UHF Problem

ปัญหาคือ mixer ของสมัยก่อนจะทำเป็นสองพอร์ต อันหนึ่งรับช่อง (3,5,7,9,11,itv) ที่มาจากเสาอากาศทั่วไป ซึ่งแต่ก่อนก็จะคลุมไปถึงย่าน UHF Channel 29 เท่านั้น ทีนี้พอช่อง 3 เปลี่ยนมาออกย่าน UHF โดยใช้ช่อง 32 (ในกรุงเทพฯ) ก็เลยมีปัญหารับไม่ได้เพราะไอ้เจ้า mixer นี่มันไม่ปล่อยผ่านนั่นเองครับ วิธีแก้ง่ายมาก ให้ถอดเอาสัญญาณ 3,5,7,9,11,itv ออกจาก mixer ครับแล้วซื้อ TaFn Mixer รุ่น VIB34 หรือรุ่นที่มีจุดตัดมากกว่า Channel 32 ก็ OK เสร็จแล้วก็เอาสายจากเสาอากาศทีวีมาเข้า mixer อันใหม่นี้แทน ในขณะที่สายจากเสาทีทีวีก็ยังผ่าน mixer อันเดิมที่มีไฟเลี้ยงไปที่ เสาทีทีวีอยู่แต่ให้เอา output มาใส่ที่ mixer ตัวใหม่นี้ เสร็จแล้วก็ค่อยต่อ output ไปเข้าทีวีต่อไป

Microwave Egg Poacher

This is the instruction for it. 90 seconds for soft yolks, 240 seconds for firmer yolks. Time may vary. To avoid popping sound, please break yolks before cook. Grease poacher with oil, margarine or butter. Add 1 teaspoon of water. Place 1 egg in each holder. Pierce white and yolk with toothpick before cook.

ความรู้เรื่องฝ้าเพดาน

ยกมาจากเวปของ Civil Engineering Service ( วิศวกรรมโยธาบริการ )
เป็น เวปที่ให้ความรู้ดีมากครับแนะนำเลยสำหรับใครที่ต้องดูแลสร้างบ้านหรือซ่อม แซมบ้าน ผมขอยกมาตรงนี้เพราะกลัวต่อไปเกิด link ไปไม่ได้ครับ

เรื่องของฝ้าเพดานควรพิจารณาให้สามารถเปิดซ่อมแซม สิ่งต่าง ๆ เหนือฝ้าได้โดยที่ฝ้าไม่เกิดความเสียหาย ท่านอาจพิจารณาตามข้อดีข้อเสีย และรูปแบบของฝ้าเพดานแบบต่าง ๆ ที่จะเรียนชี้แจงให้ท่านทราบ ณ.บัดนี้

1.ฝ้ายิบซั่ม โครงอลูมิเนียมทีบาร์ เรียบง่ายดี กันความร้อนพอได้ เปิดซ่อมแซมสิ่งของเหนือฝ้าได้ดี ซ่อมสายไฟ ซ่อมระดับฝ้าได้ สะดวกมาก ราคาถูกสุดด้วย แต่ถ้าเวลาฝนตกชื้นมาก ๆ แผ่นยิบซั่มโค้งงอบ้างเพราะความชื้น ฝ้าชนิดนี้จะมีรูอยู่หลาย ๆ จุด และบางครั้งตัดแผ่นเล็กกว่าช่องมีร่องมีรู จุดเหล่านี้ทำให้ฝุ่นทั้งหลายบนฝ้าจะทยอยร่วงลงมาให้เชยชมอยู่ตลอดเวลา หากฝ้าชนิดนี้อยู่ชายคาภายนอกอาคารแล้วล่ะท่านเอ๋ย แผ่นฝ้าของท่านอาจจะปลิวได้ หรืออาจเกิดการเผยอของแผ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อมันอาจจะนำมาซึ่งสัตว์ทั้งหลายเช่น นก หนู งู แมลงต่าง ๆ เป็นต้น เมื่อสัตว์เหล่านี้เข้าจากฝ้าภายนอกได้แล้ว มันก็เข้าบ้านเราได้ โดยที่ลอดตามรูฝ้าลงมานั่นแหละ น่ากลัวเหมือนกัน จำไว้ว่าถ้าสัตว์ต่าง ๆ เข้ามาบนฝ้าได้ มันก็ลงมาในห้องได้เช่นกัน ฝ้าชนิดนี้ขึ้นไปเดินไม่ได้นะ ทำได้แค่โผล่หัวขึ้นไปปฏิบัติงานเท่านั้นเอง เอาตัวขึ้นไปทั้งตัวไม่ได้ เพราะโครงสร้างบอบบางมากแค่รับแผงฝ้าไม่ให้ร่วงเท่านั้นเองครับ

2.ฝ้ายิบซั่มฉาบเรียบ โครงเหล็กชุบสังกะสี เป็นฝ้าชนิดเบา เรียบร้อย สวยงามกันความร้อนได้ดี มิดชิดดี ควรมีช่องเจาะไว้เป็นจุด ๆ พอที่จะโผล่ตัวขึ้นไปซ่อมแซมได้ ฝ้าชนิดนี้เอาตัวขึ้นไปทั้งตัวไม่ได้ รับน้ำหนักเฉพาะฝ้าเท่านั้น ฝ้าชนิดนี้ป้องกันสัตว์ทั้งหลายที่ผลัดหลงเข้ามาอยู่บนฝ้าเราไม่ให้ลงมาในห้องเราได้ ราคาสูงกว่าฝ้ายิบซั่มทีบาร์เล็กน้อยเอง ฝุ่นทั้งหลายที่อยู่บนฝ้าก็ไม่ค่อยจะมารบกวนดีมั้ยครับ แต่การซ่อมแซมสิ่งใด ๆ เหนือฝ้ากระทำได้ลำบาก และถ้าหลังคารั่วลงฝ้าล่ะก็ท่านเอ๋ย ฝ้าของท่านจะเป็นคราบ ขึ้นรา และพังในที่สุด ตอนนี้แหละงานช้างจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันมีอยู่บนฝ้ามาเนิ่นนาน แต่ไม่เคยมารบกวน ตอนนี้มันจะพรั่งพรูมากันโดยทั่วหน้าและโดยพร้อมเพรียงกันทีเดียว ดังนั้นต้องมั่นใจในหลังคา หรือมีผู้รับเหมาทำฝ้าอยู่ใกล้ ๆ บ้าน หรือท่านต้องหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึนกับฝ้าบ่อย ๆ ถ้าเริ่มเห็นมีคราบน้ำ หรือเห็นว่าเปียกชื้น ต้องรีบพิจารณาซ่อมหลังคาทันที มิฉะนั้นงานช้างจะมาหาท่าน

3.ฝ้ายิบซั่ม โครงไม้ 1.1/2" X 3" ระยะห่าง 0.60 ม. เป็นฝ้าชนิดหนัก จะฉาบเรียบ หรือตีเว้นร่องก็ได้ สวยทั้งนั้น กันความร้อนดี ฝ้าแข็งแรง ขึ้นไปซ่อมได้ทั้งตัว เดินบนโครงฝ้าได้ ค่าใช้จ่ายสูงกว่า ใช้เวลามากกว่าฝ้าในข้อ 1 และ 2 ส่วนข้อเสียอื่น ๆ ก็ คล้าย ๆ กับฝ้ายิบซั่มฉาบเรียบ ต้องหมั่นสังเกตการรั่วซึมให้ดีนะครับ

4.ฝ้าไม้อัด โครงไม้ 1.1/2" X 3" ระยะห่าง 0.60 ม. เป็นฝ้าชนิดหนัก ตีเว้นร่องได้สวย กันความร้อนไม่ค่อยดี แพงกว่า ยิบซั่ม ขึ้นไปซ่อมได้ทั้งตัว เดินบนโครงฝ้าได้ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวัสดุยิบซั่ม ใช้เวลามากกว่าฝ้าในข้อ 1 และ 2 การรั่วซึมของหลังคาไม้อัดจะทนน้ำได้นานกว่ายิบซั่ม อาจจะออกอาการบวมขึ้นมา ตามแต่ปริมาณน้ำที่มาอุดหนุน แต่ยิบซั่มทนไฟ ทนปลวกได้นานกว่าไม้ นะครับ

5. ฝ้ากระเบื้องแผ่นเรียบ 4 มม. โครงไม้ 1.1/2" X 3" ระยะห่าง 0.60 ม. เป็นฝ้าชนิดหนัก ตีเว้นร่องได้สวย กันความร้อนได้ปานกลาง ขึ้นไปซ่อมได้ทั้งตัว เดินบนโครงฝ้าได้ ราคาถูกกว่าวัสดุยิบซั่ม ทนน้ำ ทนปลวก ทนไฟ ใช้เวลาในการทำพอ ๆ กันกับฝ้าในข้อ 3 และ ข้อ 4 แข็งเปราะแตกง่าย แต่ส่วนมากจะนิยมใช้ เป็นฝ้าที่ห้องครัว ฝ้าที่โรงจอดรถ และฝ้าชายคาภายนอกอาคารทั้งหลาย ไม่นิยมไว้ในห้องนอน ห้องโถง ห้องทำงาน เป็นต้น ก็คงเพียงพอสำหรับงานฝ้าภายในอาคาร สำหรับงานโดยทั่ว ๆ ไป ที่ไม่พิศดาร

Audio & Video Web Sites

9sat.com มีทุกอย่าง
chaisat.com ราคาถูก
yantech.com ซ่อมเครื่องและ splitter card แต่ตอนนี้ไม่รู้ web เป็นอะไร
http://www.nics-sat.com มีความรู้น่าสนใจเยอะ
http://www.klongtom.com/wb-list.asp community ของช่างมีความรู้เรื่องการแก้ปัญหาดี
http://www.nics-sat.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=339892&Ntype=777 วิธีการติดตั้ง duo thaicom+nss6

สายและ connector http://www.avbestbuy.com

Retuning IRD5000

บางทีเวลาถอดปลั๊กหรือถอดสายสัญญาณแล้วเสียบใหม่จะหาสัญญาณไม่เจอให้แก้ตามวิธีข้างล่าง

1. ตั้งที่ช่อง1 แล้วเข้าmenuไปตั้งความถี่ 12272H sr30000 Fec2/3
2. เข้าเมนูค้นหาสัญญาณตามค่าที่กำหนดเพื่อให้เครื่องจำคลื่นเริ่มต้นในการบูตตามที่เราตั้ง
3. เมื่อบูตเสร็จให้ปิดเครื่อง แล้วถอดสายนำสัญญาณที่ต่อกับเครื่องรับดาวเทียมออก เสียบปลั๊กใหม่
แล้วเข้าMenu 3 1 1 3 select เพื่อรีเซตการเรียงช่อง จะขึ้นคำว่าช่องการที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้ค้างเมนูนี้ไว้ ไม่ต้องกด exit หรือmenuใดๆ
4. ต่อสายจากดาวเทียมเข้าไปใหม่แล้วไม่ต้องทำอะไร ให้รอหน้าจอLCDที่เครื่องรับโชว์ไฟสแตนบาย (1ขีด) ประมาณ1นาที แล้วถอดปลั๊กไฟออก ( ถ้าไม่ขึ้นหน้าจอสแตนบายให้ย้อนกลับไปทำขั้นตอนที่ 3 อีกครั้ง )
5.เสียบปลั๊กไฟใหม่ รอจนเครื่องบูตเสร็จ ก็เป็นอันเสร็จครับ

ข้อความจากคุณพัดลุงที่น่าจะ work
1. เข้าไปตั้งความถี่ 12272H sr30000 Fec2/3
2. เข้าเมนูค้นหาสัญญาณตามค่าที่กำหนดเพื่อให้เครื่องจำคลื่นเริ่มต้นในการบูตตามที่เราตั้ง
3. เมื่อบูตเสร็จให้ปิดเครื่อง แล้วถอดสายนำสัญญาณที่ต่อกับดาวเทียมออก เสียบปลั๊กใหม่ แล้วเข้า Menu 3 1 1 3 select เพื่อรีเซตการเรียงช่อง จะขึ้นคำว่าช่องการที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้ค้างเมนูนี้ไว้ ไม่ต้องกด exit หรือmenuใดๆ
4. ต่อสายจากดาวเทียมเข้าไปใหม่แล้วไม่ต้องทำอะไร ให้รอจนเครื่องปิดเองอัตโนมัติ(ใช้เวลามากกว่า 5 นาที) และจะพบว่าหน้าจอเครื่องรับจะไม่มีอะไรขึ้นเลยเสมือนไม่ได้เสียบปลั๊ก
5.ถอดปลั๊กไฟดาวเทียมออก แล้วเสียบใหม่ รอจนเครื่องบูตเสร็จ ก็เป็นอันเสร็จครับ

Subscribe UBC Package with Free TV Card

เบอร์สมาชิก 11198006 (ย้อน) วิธีการง่ายมากคือจะเลือก package ไหนก็โอนเงินค่ารายเดือนหรือรายปี บวกกับค่าเปิดสัญญาณ 145.52 บาท โดยถ้าเป็นตู้ ATM กสิกร ให้กดจ่ายเงิน รหัสบริษัทเท่ากับ 09209 ใส่รหัสลูกค้าเข้าไป จ่ายจำนวนเงิน เสร็จแล้วพอได้ สลิปก็ให้ fax ไปที่ 026159839 ต่อ 1020 ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ค่าบริการรายเดือน
จุดแรก
(ราคา)
จุดที่ 2 และจุดถัดไป
(ราคา ต่อ จุด)
ทรูวิชั่นส์ แพลทินัม แพ็คเกจ 2,000 282.48
ทรูวิชั่นส์ โกลด์ แพ็คเกจ 1,412.97 282.48
ทรูวิชั่นส์ ซิลเวอร์ แพ็คเกจ 750 282.48

เช่น ถ้า สมัคร gold package ก็จ่ายต่อเดือนเท่ากับ 1412.97+145.52 = 1558.49 ถ้าจะจ่ายรายปีเพื่อให้แถมหนึ่งเดือน ก็จ่ายเท่ากับ 1412.97*12+145.52 = 17101.16 บาท
ถ้าสมัคร silver package แบบรายปี ก็ 750*12+145.52 = 9145.52 บาทครับ

Wednesday, March 14, 2007

VC Connection Setup Using ASON

ASON หรือ Automatically Switched Optical Network กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากในวงการ Telecom ที่เกี่ยวกับ SDH หรือ DWDM Transmission ถ้าพูดกันง่ายๆสั้นๆ ASON ก็คือความสามารถที่จะ setup connection ในโครงข่าย SDH โดยใช้ signaling คุยกันระหว่างอุปกรณ์ SDH ในโครงข่ายเองโดยไม่ต้องมีการ setup อย่างที่คุ้นเคยกันผ่านทางระบบบริหารโครงข่ายหรือ NMS เปรียบเสมือนกับเวลาเราโทรศัพท์ วงจรคู่สายจะถูก setup ผ่านชุมสายแต่ละที่โดยใช้ signaling คุยกัน พอคุยเสร็จก็คือวงจรคู่สายกลับไปให้คนอื่นใช้ต่อ ซึ่งเมื่อโครงข่ายมีความสามารถในลักษณะนี้ก็จะทำให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการที่หลากหลายได้ และทำ bandwidth on demand ได้ ในการ setup connection เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะให้ใช้ criteria อะไรบ้างเช่น อาจจะใช้ว่า ผ่านจำนวน node น้อยที่สุด ผ่านเส้นทางเป็นระยะทางน้อยที่สุด หรือผ่านเส้นทางที่มี capacity ที่ว่างมากที่สุด



เทคโนโลยีที่นำมาใช้ทำ ASON ก็ประกอบไปด้วยเรื่องของการทำ routing เพื่อให้อุปกรณ์แต่ละตัวรู้ topology และสภาพ traffic ในโครงข่ายว่า congest ตรงไหนบ้าง Protocol ที่ใช้เพื่อการนี้ก็คือ OSPF-TE (Traffic Engineering) เทคโนโลยีอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของ signaling เพื่อให้อุปกรณ์แต่ละตัวส่ง message คุยกันเวลาที่จะต้องจองวงจรและ setup connection Protocol ที่ใช้ก็ได้แก่ RSVP-TE เทคโนโลยีส่วนสุดท้ายที่สำคัญก็คือ Link Management Protocol ที่มีหน้าที่จัดการข้อมูลของ local link ที่ต่ออยูกับ node แต่ละ node เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ก็เรียกรวมๆกันว่า GMPLS ครับ เพราะยืมเทคโนโลยีส่วนใหญ่มาจาก MPLS เพียงแต่เอามา Generalized ให้มันใช้ได้กับ domain อื่นๆ ด้วย คือ TDM Domain, Wavelength Domain และ Fiber Domain สำหรับ Fiber Domain ก็จะเห็นกันชัดเจนมากขึ้นเมื่อไรก็ตามที่มีอุปกรณ์ประเภท Optical Cross Connection ออกมาใช้งานกันอย่างแท้จริงครับคงเอาสั้นๆแค่นี้พอครับ

Friday, March 2, 2007

Automatic Level Control in DWDM Network

ผมได้มีโอกาสทดสอบอุปกรณ์ DWDM ของผู้ผลิตชั้นนำยี่ห้อหนึ่ง ได้ความรู้มามากมายครับ วันนี้ขอเขียนขยายความเกี่ยวกับเรื่องของ ALC หรือ Automatic Level Control ครับ จริงๆแล้วในโครงข่าย DWDM นั้นอุปกรณ์ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากก็คือเจ้า Optical Amplifier ซึ่งข้างในก็มักจะเป็น EDFA หรือ Erbium Doped Fiber Amplifier ซึ่งไอ้เจ้า EDFA นี่แหละครับที่ทำให้เทคโนโลยี DWDM นั้นมีค่าใช้จ่ายถูกลงอย่างมากและมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในทาง commercial ทำไมถึงพูดอย่างนี้ ขยายความหน่อยก็คือ ก่อนหน้า EDFA นั้น เวลาที่เรา multiplex แสงหลายๆความยาวคลื่ีนแล้วส่งไปในไฟเบอร์เป็นระยะทางไกลๆนั้นพอถึงระดับหนึ่งแสงมีกำลังอ่อนลง วิธีการเดียวที่เราจะให้มันไปต่อได้ก็คือ demultiplex มันลงมันแล้วก็ทำการ regen ใหม่ครับ เพราะตอนนั้นเรายังไม่มี EDFA ซึ่งจะเห็นว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการทำแบบนี้ แต่พอมี EDFA แล้วเราสามารถที่จะขยายแสงทุกความยาวคลื่นได้พร้อมๆกันทีเดียวเลยโดยไม่ต้องทำการ demultiplex ก่อนซึ่งจะเห็นว่าลดค่าใช้จ่ายไปมากและทำให้ make sense ที่จะนำเทคโนโลยี DWDM มาใช้ในทาง commercial ได้จริง เราเลยมักจะพูดกันว่าเทคโนโลยี EDFA ทำให้ DWDM เกิด


ทีนี้ไอ้เจ้า EDFA ซึ่งทำหน้าที่เป็น Optical Amplifier นี้มันก็มีคุณสมบัติหลายเรื่องด้วยกันที่จะพูดถึง เช่น AGC (Gain Control), APC (Power Control) และ ALC (Level Control) AGC ก็คือการที่ amplifier รักษาระดับของ Gain สำหรับ wavelength แต่ละ wavelength ให้คงที่ไม่ว่าจะมีจำนวน wavelengths ขา input เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนก็ตาม สังเกตนะครับว่าเราพูดกันถึง Gain ที่คงที่นะครับ ไม่ใช่ค่า absolute output power ของแต่ละ wavelength เพราะฉะนั้นถ้าค่า input power ของ wavelength เปลี่ยนแปลงไป ค่า output power ก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยถูกไหมครับเพราะ Gain คงที่ ดั้งนั้นถ้าเราต้องการให้ค่า output power ของแต่ละ wavelength มีค่าคงที่ด้วยถึงแม้ว่าค่า input power ของแต่ละ wavelength เปลี่ยนไปเนื่องจาก loss ของ fiber เปลี่ยนไปหรือมีจุด splice เพิ่มขึ้น เราก็จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ALC นั่นเอง

สรุปแล้ว Amplifier ก็ควรจะมีความสามารถทั้งสองอย่างครับคือ AGC และ ALC โดย AGC ก็จะเป็น mode ปกติที่ amplifier จะทำงานอยู่ตลอดในภาวะที่ span loss มีค่าคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และจะคอยรักษา gain ให้คงที่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มลดจำนวน wavelength เท่ีาไรก็ตาม แต่พอค่า span loss มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งของยี่ห้อที่ผมทำการทดสอบนั้นมันจะฉลาดพอที่จะมีการคุยกันระหว่าง amplifier แต่ละตัวใน network เพื่อคอยตรวจสอบว่าค่า span loss ของ span ที่อยู่ระหว่างมันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งพอมีการเปลี่ยนแปลงมันก็จะเริ่มกระบวนการทำ ALC เพื่อรักษาระดับ output power ให้คงที่ไม่เปลี่ยนไปตามค่า input power ที่ลดลงนั่นเอง หรือพูดง่ายๆก็คือ gain ของ amplifier ตัวนั้นๆก็จะถูกเพิ่มขึ้นนั่นเองครับ พอเสร็จเรียบร้อยมันก็กลับไปสู่ mode ของ AGC ต่อไปครับ พอแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ยาวมากแล้ว

ข้อมูลที่ค่อนข้างมีประโยชน์ครับ
Information on Patent
http://www.patentstorm.us/patents/6392769-description.html

Thursday, February 15, 2007

LCD TV Service Mode Access

ผมเลือกซื้อ LCD TV อยู่ Google ไปมาก็มาเจอข้อมูลว่าเราอาจจะเข้า service mode เพื่อไปดูข้อมูลว่าเครื่องใช้มานานแค่ไหนแล้วบ้าง และเข้าไป set ค่าอะไรต่างๆได้มากมาย เลยเก็บเป็นข้อมูลไว้

ค่า settings ของเครื่อง Sharp ที่แนะนำกัน http://www.avsforum.com/avs-vb/showthread.php?p=8839965&&#post8839965

AVS Forum

Sharp:
LCD TVs

  • While the LCD is on, unplug the power cable.

  • Then while pressing the {INPUT} & {VOL -} buttons on the remote,
    plug the power cable back into the outlet.

  • When it powers up you will see a little "k" appear in brackets.

  • Then on the TV, press and hold {VOL -} & {CH -} down and release.

  • The Service Menu will be displayed.

  • Use {CH+} {CH -} buttons to navigate

  • Use {VOL+} {VOL -} buttons to adjust the value.

  • Turn the set off to exit the Service Menu.


MISC

  • Unplug the TV

  • Press and hold the {VOL -} & {CH+} buttons.

  • While holding the above buttons, plug in the TV.

  • The TV will turn on with the Service Menu displayed.

  • There are 5 category menus:
    Deflection - Signal - Feature - Fix Value - EEPROM

  • Use {CH+} {CH -} buttons to select a category.
    Note: Not all models will have 5 categories.
    Some will jump to 'Signal' category.

  • Use {VOL+} to enter the category.

  • Use {CH+} {CH -} buttons to select the item to be adjusted.

  • Use {VOL+} {VOL -} buttons to adjust the value.

  • Turn the set off to exit the Service Menu.


Enter service menu by first unplugging set, then while holding both input button and volume down button, plug TV back in. Within about 5 seconds, the set will power up (without pressing the "on" button); keep holding the input and volume down buttons until a small "K" appears in a box on the left side of the screen. Then press and hold the channel down and vol down buttons at the same time to enter the service menu.

Once the service menu is displayed on the screen, you can get the screen to display different levels of solid grey by pressing the number keys on your remote. i.e. press "1" to get a relatively dark grey, 2 for a lighter grey, and so on up to 6 which is a bright white screen; 7, 8, and 9 don't appear to do anything. Press any number a second time to return to the service menu...

SERVICE MENU CONFIRMED WORKING:

LCD TVs :

* ..While the LCD is on, unplug the power cable
* ..Then while holding the " INPUT " and " VOLUME (-) " down, replug the cable in.
* ..When it powers up you will see a little "k" appear in brackets.
* ..Then on the set, press and hold the " VOL (-) " and " CH (-) " down and release
* ..The service menu appears on.
* ..Turn the set off to exit the Service Menu.
toshiba
press mute on the remote 3 times and hold then press menu button on the tv
scroll through menu by pressing channel up/down on remote, change value by pressing vol up/down

http://www.keohi.com/keohihdtv/index.htm

links:

http://www.bruzziforum.com/vbf/forumdisplay.php?f=5
http://myweb.accessus.net/~090/how2adj.html

Drilling Tips

สว่านใหม่รุ่นดีๆเดี๋ยวนี้จะปรับรอบได้โดยการกดเบาๆจะได้รอบน้อยๆ ถ้ากดเพิ่มขึ้นรอบก็จะเพิ่มขึ้นและสามารถปรับซ้ายขวาได้เพื่อใช้ไขน็อต และก็ปรับเพื่อเจาะแบบกระแทกด้วยหรือแบบเจาะปูน ถ้าเป็นโรตารี่ก็จะรอบน้อยแต่มีกระแทกเยอะ จะแพงกว่า แต่ผมว่าดีกว่านะ สว่านโรตารี่ ดอกจะเรียกว่า ดอก SDS

ดอกSDSที่ควรซื้อไว้ใช้หลังจากนี้ ซื้อไว้แค่2ขนาดก็พอ คือขนาด6.5มม. กับ10มม.
ดอก6.5 ใช้กับพุกพลาสติกเบอร์7
ดอก10มม. ให้กับพุกเหล็ก2 1/2หุน

อีกอันที่ใช้ตอนติดเสายึดจานยูบีซีคือ ดอก 8mm. สำหรับพุกเหล็ก 2 หุน

เจาะกระเบื้องอย่าใช้ rotary แบบกระแทก กระเบื้องแตกหมด ต้องใช้ดอกเจาะกระเบื้อง แปะเทป จุดตำแหน่ง เริ่มหมุนช้าให้ทะลุกระเบื้อง เปลี่ยนเป็นดอกเจาะปูน แล้วค่อยเจาะต่อ ใช้รอบสูง ใช้สว่านกระแทกก็น่าจะโอเค

เวลาไขน็อตต้องระวังอย่าให้น็อตร้อนจนเกินไป โดยเฉพาะถ้าเจาะไม้เพราะหัวน็อตจะหลุด ยุ่งมากเลยเอาออกลำบาก ไอ้พวกไขควงไฟฟ้านี่แหละ

วิธี การเลือกน็อตที่ใช้กับพุกให้ดูตามตารางข้างล่าง โดยประมาณผมว่าเอาขนาดพุกลบด้วย 1-2mm น่าจะไ้ด้ แล้วก็ไปดูตารางเบอร์น็อตข้างล่างเพื่อเลือกซื้ัอน็อตอีกทีหนึ่ง

เวลาเจาะ รูเพื่อใส่พุกก็ให้ลดลงมาซัก 0.5mm เช่นจะใส่พุกเบอร์ 7 ก็ใช้ดอก 6.5 จะใส่พุกเหล็กสองหุนก็ควรใช้ดอก 7.5 เพราะ sleeve ของสองหุนเท่ากับ 8mm

Rawlplug Plastic Plugs
Information
Desc Screw Size. mm Plug Length. mm Hole Dia. mm
Yellow 3 ? 5 (No. 4 -10) 25 5
Red 3.5 ? 5.5 (No. 6-12) 35 6
Brown 5 ? 6 (No. 10-14) 45 7
Green 3 ? 4.5 (No. 4-8) 20 4.5
Pink 3.5 ? 5 (No. 6-10) 25 5.5

Orange

4.5 ? 5.5 (No. 8-12) 25 6.5
Grey 4.5 ? 5.5 (No. 8-10) 35 5.5
White 4.5 ? 5.5 (No.8-12) 35 6.5
Blue 5 ? 6 (No. 10-14) 35 8
Yellow 8 ? 10 (No. 16-20) 50 11
Red TP2 4.5 ? 5 (No. 8-10 35 5.5
Brown TP2 5 ? 6 (No.10-14) 35 8

ข้อมูลอย่างละเอียดของน็อตดูได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Screw และ http://www.lara.com/reviews/library.htm
The machine screw number N has an outer diameter

D = N ? 0.013 in + 0.06 in.

Screw size
number
SAE
diameter (inch)
Metric
diameter (mm)
#0 0.060 1.524
#1 0.073 1.854
#2 0.086 2.184
#3 0.099 2.515
#4 0.122 3.099
#5 0.125 3.175
#6 0.138 3.505
#7 0.151 3.835
#8 0.164 4.166
#9 0.177 4.496
#10 0.190 4.826
#11 0.203 5.156
#12 0.216 5.486
#14 0.242 6.147
#16 0.268 6.807
#18 0.294 7.468
#20 0.320 8.128
#24 0.372 9.449


เวปเกี่ยวกับเครื่องมือที่มีประโยชน์
http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2006/08/V4620972/V4620972.html
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=ontour&group=3

Good Web Sites For Home

If you want to buy air-condition, check price here http://www.wisetair.com they have prices for all brand and a good webboard.

For general tool and hardware tip and knowledge, go here http://www.acehardware.com

For food and fruit tips, go here http://www.kraftfoods.com

สร้างบ้าน ซ่อมบ้านที่นี่ดีมากเลยข้อมูลเยอะดี http://www.elib-online.com/home.html

ข้อมูลเรื่องสวน http://www.geocities.com/PicketFence/Garden/2966/edumain.htm

บิดฝาอุดปั๊มน้ำจนขาด

ปั๊มฮิตาชิมีน้ำรั่วออกมาตรงบริเวณฝาอุด ของผมรุ่น 155V เลยบิดเข้าไปให้แน่นปรากฏว่าเกลียวขาด โชคดีได้น้องที่โฮมโปรแนะนำว่าให้ไปซื้ออะไหล่ที่ร้านเพทาย ถนนรัตนาธิเบศร์ ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ วิ่งจากสะพานพระนั่งเกล้าข้ามไปอยู่ก่อนถึงแยกสนามบินน้ำฝั่งตรงข้าม และอย่าลืมก่อนบิดเข้าไปให้พันเทปพันท่อน้ำด้วยจะได้ไม่ซึม

Friday, February 2, 2007

802.11 Quick Review

มาตรฐานของ Wireless LAN มีอยู่ด้วยกันหลายตัวมากดังนี้

802.11a - Wireless network bearer operating in 5 GHz
ISM band with data rate up to 54 Mbps
802.11b - Wireless network bearer operating in the 2.4 GHz
ISM band with data rates up to 11 Mbps
802.11e - Quality of service and prioritisation
802.11f - Handover
802.11g - Wireless network bearer operating in 2.4 GHz
ISM band with data rates up to 54 Mbps
802.11h - Power control
802.11i - Authentication and encryption
802.11j - Interworking
802.11k - Measurement reporting
802.11n - Wireless network bearer operating in
2.4 and 5 GHz ISM bands with data rates
up to 600 Mbps
802.11s - Mesh networking

ทั้งนี้ความถี่ทั้งหมดที่ใช้ในมาตรฐาน 802.11 นั้นจะเรียกว่าเป็นความถี่ ISM band ย่อมาจาก Industrial Scientific and Medical คือเป็นความถี่สาธารณะที่ไม่ต้องขออนุญาต มาตรฐานที่เกี่ยวกับ bearers จะมีอยู่ 4 ตัวหลักๆด้วยกันคือ a,b,g และ n ซึ่งเป็นตัวล่าสุดโดยมีลำดับของการ approve เป็นมาตรฐานดังนี้

802.11b : July 1999
ความถี่ 2.4GHz Channel Width 20MHz ใช้ modulation CCK(Complementary Code Keying) หรือ DSSS(Direct-Sequence Spread Spectrum) มีความเร็วที่ 11Mbps
802.11a : July 1999
ความถี่ 5GHz Channel Width 20MHz ใช้ modulation OFDM(Orthogonal Frequency Division Multiplexing) มีความเร็วที่ 54Mbps
802.11g : June 2003
ความถี่ 2.4GHz Channel Width 20MHz ใช้ modulation CCK, DSSS หรือ OFDM มีความเร็วที่ 54Mbps
802.11n : คาดว่าน่าจะภายในปี 2007
ความถี่ 2.4GHz หรือ 5GHz Channel Width 20MHz หรือ 40MHz ใช้ modulation CCK, DSSS หรือ OFDM มีความเร็วที่ 540Mbps

โดยมาตรฐาน 802.11n นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกกันว่า MIMO(Multiple Inputs Multiple Outputs) คือจะมี transmitter antenna และ receiver antenna? หลายตัวเพื่อให้มี throughput มากขึ้นเป็นในลักษณะของ Spatial Multiplexing และยังเพิ่ม range จากลักษณะของ Spatial Diversity ด้วย

Friday, January 19, 2007

What is Femtocell

เฟมโต้เซล มาจากคำว่า femto- กับ -cell นั่นเองครับ โดย femto(f) คือ 10E-15 (สิบยกกำลังลบสิบห้า) ถ้าไล่จากที่เราคุ้นๆกัน ก็คือ เริ่มจาก milli(10E-3), micro(10E-6), nano(10E-9), pico(10E-12) แล้วก็มา femto นั่นเอง ส่วน -cell นั่นก็มาจาก cell site ครับ เราอาจจะคุ้นกับคำว่า picocell ซึ่งเป็น cell site ขนาดเล็กมาก ซึ่งผู้ให้บริการมือถือใช้ในการทำให้ coverage ในอาคารดีขึ้น ครอบคลุม area เล็กๆ ส่วน femtocell นี้โดย concept จะเป็นเหมือน cell site ที่ติดในบ้านแต่ละคนเลย แล้วต่อไปยัง network ผ่านทาง broadband connection เช่น ADSL หรือ FTTH คือมี port Ethernet ที่ตัว femtocell เลย ซึ่งเข้ากับแนวของ Fixed Mobile Convergence ด้วย

โดยส่วนตัวผมว่าคงมีปัญหาอยู่หลายอย่างเหมือนกันถ้าจะมีการ implement กันจริงๆ เช่น ถ้าต้องเอาอุปกรณ์ femtocell นี้เสียบเข้ากับ ADSL Router ที่แต่ละบ้านใช้อยู่ ซึ่งอาจเป็นบริการของผู้ให้บริการอีกเจ้าหนึ่ง จะมีการ handle เรื่องการ support ลูกค้าอย่างไร โดยเฉพาะถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาคงจะยุ่งน่าดูเพราะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับ ผู้ให้บริการคนละเจ้า คนที่น่าจะมีภาษีดีกว่าก็คือ True นั่นแหละครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ RF Planning คงจะมีปัญหาน่าดู ถ้าทุกคนในบริเวณที่หนาแน่นใช้กัน ซึ่งอาจมีการย้ายไอ้เจ้า femtocell ไปมาก็ได้ แล้วก็ยังมีเรื่อง การแอบขโมยใช้กันอีก เรื่อง security และอื่นๆอีกมากครับ

Monday, January 15, 2007

Buying Air Condition

บีทียู (BTU : British Thermal Unit)
คือ หน่วยที่ใช้วัดปริมาณความร้อนตัวหนึ่ง (ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากในระบบปรับอากาศ) สามารถเปรียบเทียบได้กับหน่วยแคลอรีหรือหน่วยจูลในระบบสากล โดยที่ความร้อน 1 BTU คือปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 องศาฟาเรนไฮด์

สำหรับเครื่องปรับอากาศนั้น จะวัดกำลังความเย็นหรือความสารถในการดึงความร้อน(ถ่ายเทความร้อน) ออกจากห้องปรับอากาศในหน่วยบีทียูต่อชั่วโมง(BTU/h)

ซึ่งเทียบเท่ากับหน่วยวัตต์ในระดับสากล เช่น เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 บีทียูต่อชั่วโมง หมายความว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นมีความสามารถในการดึงความร้อนออกจากห้องปรับอากาศ 12,000 บีทียูภายในเวลา 1 ชั่วโมง แต่โดยทั่วไปในท้องตลาดมักใช้คำว่า บีทียูต่อชั่วโมง

การเลือกซื้อแอร์
สำหรับท่านที่กำลังพิจารณาซื้อเครื่องปรับอากาศ ข้อแนะนำต่อไปนี้ อาจช่วยท่านในการตัดสินใจได้ดีขึ้น

1. ควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่มียี่ห้อที่เชื่อถือได้ เพราะแอร์โนเนม ส่วนใหญ่จะมี Btu/h น้อยกว่าที่บอกไว้ (ภาษาช่างแอร์เรียกว่า ไม่เต็ม บีทียู ) มีข้อมูลจากห้องแลปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งสุ่มทดสอบเครื่องปรับอากาศหลายยี่ห้อ พบว่าแอร์โนเนมส่วนใหญ่มี Btuh ประมาณ 70-80% ของที่โฆษณาไว้ (ฺการเรียกขนาดทำความเย็นที่ถูกต้องคือ บีทียู ต่อ ชั่วโมง หรือ Btu/h แต่ช่างแอร์ชอบเรียกกันย่อๆแค่ บีทียู ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ก็เป็นที่เข้าใจกัน) นอกจากจะไม่เต็มบีทียูแล้ว แอร์โนเนมยังมีเสียงดัง และเสียเร็วอีกด้วย

2. เครื่องแอร์แบบติดผนัง จะมีเสียงเงียบกว่าแบบตั้งพื้น/แขวนฝ้า แต่ว่าก็จะมีราคาแพงกว่า แต่อยากจะแนะนำให้ใช้ แบบติดผนัง โดยเฉพาะในห้องนอน เพราะว่าเสียงเงียบกว่ากันมาก

3. ควรเลือกใช้เทอร์โมสตัทแบบอิเลคโทรนิค เพราะควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ไม่สวิงไปมา แอร์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่เทอร์โมสตัท จะเป็นแบบอิเลคโทรนิกแล้ว ยกเว้นแอร์แบบตั้งพื้น/แขวนฝ้าบางรุ่นเท่านั้น ที่ยังคงให้แบบธรรมดามา (แบบไบเมทอล) มีข้อสังเกตง่ายๆอีกอย่างก็คือ ถ้าแอร์มีรีโมทคอนโทรล เทอร์โมสตัทจะเป็นแบบอิเลคโทรนิกค่อนข้างจะแน่นอน

4. ไม่ต้องไปสนใจมากกับแผ่นฟอกอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศ เพราะ เสื่อมสภาพเร็วมากๆ และที่ให้มาก็มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถฟอกอากาศได้ตามที่โฆษณาแน่ๆ (อาจจะจับฝุ่นได้ 1000 อนุภาค จากที่วิ่งผ่านเป็นล้านอนุภาค) เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วๆไป ยังมักไม่ค่อยจะเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศด้วย ดังนั้นเมื่อใช้เครื่องไปพักเดียว ก็เหมือนกับไม่มีแผ่นฟอกอากาศอยู่แล้ว

5. ควรเลือกใช้แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟ จะเบอร์ 5 หรือ เบอร์ 4 ก็ได้ (ต่ำกว่าเบอร์ 4 ไม่เห็นมีขาย) หรือ ได้มาตรฐาน มอก. เพราะ เป็นเครื่องที่มีการทดสอบความสามารถการทำความเย็นแล้ว (Btu/h) ซึ่งจะทำให้เราได้แอร์เต็มบีทียู (มีข่าวว่า มีการปลอมฉลากเบอร์ 5 เหมือนกัน ดังนั้นต้องดูประกอบกับยี่ห้อที่น่าเชื่อถือด้วย)

6. แอร์ที่มีขายกันอยู่มี 3 สัญชาติคือ ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง โดยแอร์ไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ แอร์ที่มีมาตรฐาน กับ แอร์โนเนมไม่มีมาตรฐาน ที่จะพูดถึงแอร์ไทยต่อไปนี้จะหมายถึงแอร์ไทยที่มีมาตรฐาน (ส่วนโนเนมไม่แนะนำให้ใช้ครับ) ฝรั่งเป็นผู้ที่คิดค้นเครื่องแอร์ขึ้นมาได้ แต่มีลักษณะเทอะทะตามสไตล์ฝรั่ง ต่อมาญึ่ปุ่นได้นำแอร์ฝรั่งมาพัฒนาต่อ จนกลายเป็นเครื่องที่มีขนาดเล็กและสวยงาม ส่วนพี่ไทยก็ตามมาก๊อบปี้ของญี่ปุ่นอีกที จนถึงทุกวันนี้ ผู้นำเทคโนโลยีในเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ยังคงเป็นญึ่ปุ่นอยู่ครับ ฝรั่งก็ตามไม่ทัน ฝรั่งก็เลยใช้วิธีร่วมทุนกันบริษัทญี่ปุ่นเสียเลยในการผลิตแอร์ขนาดเล็ก (แคร์เรียร์ กับ โตชิบา ร่วมทุนกัน โดยใช้เทคโนโลยีของโตชิบา) แอร์ฝรั่งบางเจ้า ก็ใช้ผู้ผลิตไทยนี่แหละผลิตให้ แล้วติดยี่ห้อฝรั่ง สำหรับราคา ก็ต่างกันไม่มากครับ โดยราคาแอร์ญี่ปุ่นจะแพงกว่าแอร์ไทยกับแอร์ฝรั่งประมาณ 10-15% อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแอร์ไทย ฝรั่ง หรือ ญึ่ปุ่น ก็ผลิตกันในประเทศไทยกันหมดแล้วครับ ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

การคำนวณ BTU
ขนาด BTUห้องนอนห้องนอนโดนแดดห้องรับแขกห้องรับแขกโดนแดดห้องทำงาน
1200016-2214-2016-2014-1814-16
1530020-2818-2620-2618-2315-20
1800024-3321-3024-3021-2718-24
2080028-3824-3528-3524-3121-28
2280030-4227-3830-3827-2423-30
2720036-5032-4536-4532-4127-36
3280044-6038-5544-5538-4933-44
3800051-7044-6351-6344-5738-51
5300071-9762-8871-8862-8053-71
6400086-11875-10786-10775-9764-86

Decoration Link

ขอรวบรวมlink ต่างๆ เกี่ยวกับการตกแต่ง ได้มาจาก pantip


http://photo.163.com/photos/hebing1223/16392999/
http://photo.163.com/photos/miumiu35/66913574/
http://51tuangou.com/index/
http://home.soufun.com/album/11.htm
http://photo.163.com/photos/bshbkbk/59117462/
http://photo.163.com/photos/gao_shihe/#p4
http://photo.163.com/photos/plain1001/54480597/
http://photo.163.com/photos/fourgang-wang/59501531/
http://photo.163.com/photos/xtaau1105/13361112/
http://photo.163.com/photos/yeetz/

ห้องน้ำ
http://photo.163.com/photos/pangyanfeng/14121666/ http://photo.163.com/photos/mengyinyoulan/11729946/

เพดาน
http://photo.163.com/photos/qhbjt/66755685/
http://photo.163.com/photos/grace_lau520/63384484/ อลังการ 63 หน้า
http://photo.163.com/photos/zhangtxiao/16074753/ คอนโดสวย 2 หน้า
http://photo.163.com/photos/409928/47055259/ สองหน้า
http://photo.163.com/photos/lulu5580/59281967/ คอนโดโนะเนะ เคยโพสแล้ว แต่ในนี้เป็นภาพละเอียด

ห้องรับแขก
http://photo.163.com/photos/cindywuy2521856/66852308/ สิบห้าหน้า
http://photo.163.com/photos/beihan09/66995846/ 151 หน้า
http://photo.163.com/photos/skh19791219/68805936/ 7 หน้า
http://photo.163.com/photos/tianzizhihua/68130841/ มีลายรั้วเหล็ก
http://photo.163.com/photos/hrbinfuguo/68779358/ แนวหลุยส์

ลืมเวปนี้ได้ไงเนี่ย http://www.17gogo.com
เวปนี้มีระบบกันเซฟ ดังนั้นให้เปลี่ยนชื่อก่อนเซฟนะคะ ใส่นามสกุล.jpg ด้วยค่ะ

แผนผัง
http://photo.163.com/photos/lanlengxing/15981890/
http://photo.163.com/photos/2000songshu/3504370/
http://photo.163.com/photos/ituvip/59486638/
http://photo.163.com/photos/yuan5200108/50389500/
http://photo.163.com/photos/housenjx/47738182/
http://photo.163.com/photos/lixiangdong2001cn/50656579

เอาห้องเด็กมาฝากค่ะ
http://photo.163.com/photos/octopusbabys/58784826/
http://photo.163.com/photos/ma.zhi.qiang/57245860/
http://photo.163.com/photos/mtbs027/53424358/
http://photo.163.com/photos/xiaxia136/52931957/ 42 page
http://photo.163.com/photos/dxl272448848/47875194/ 42 page
http://photo.163.com/photos/xufeiwww007/50245695/
http://photo.163.com/photos/ggxm05/47807237/
http://photo.163.com/photos/tequila0223/48565038/
http://photo.163.com/photos/joanny_diy/43438568/ 289 page


http://www.dysou.com/cp.asp
http://www.seikatsuzacca.com/product/BN015002/p1.html โปรดักส์ในครัว
http://www.seikatsuzacca.com/kensaku/bath_sanitary.html เกี่ยวกับห้องน้ำ
http://www.seikatsuzacca.com/product/BN015007/p1.html ชั้นวางของเครื่องซักผ้า

Sunday, January 14, 2007

Basic Home Knowledge

ผมไปเจอ web หนึ่งที่ให้ความรู้เกี่ยวกับบ้านดีมากๆเลย คือที่ http://www.alinehomecare.com/index.php ขอแนะนำมากๆเลยครับ ด้านล่างผม copy บทความอันหนึ่งมาลงไว้เผื่อตอนหลัง access ไม่ได้


1 โครงสร้าง ฐานราก เข็ม


ฐานราก

คือ ส่วนที่ติดกับหัวเสาเข็ม โดยการหล่อให้เป็นตอม่อเพื่อรับโครงสร้างของบ้าน,ส่วนนี้สำคัญมากควรทำตามแบบวิศวกร ไม่ควรตัดลดเพราะเมื่อมีปัญหาจะแก้ยากมาก เพราะอยู่ใต้ดิน



เข็ม คือ ส่วนที่รับน้ำหนักอยู่ใต้สุดของตัวบ้าน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ เข็มตอก กับ เข็มเจาะ

  • เข็มตอก มีหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม,หกเหลี่ยม หรือรูปตัวไอ วิธีการตอกก็คือ ตอกลงไปด้วยกำลังคน หรือปั้นจั่น ก็ได้จนสุดความยาวของเข็ม

  • เข็มเจาะ คือ การเจาะดินลงไปก่อน แล้วหย่อนแม่แบบ เหล็กลงไปใส่เหล็กเสริมแล้วจึงเทคอนกรีตตามลงไปในหลุม เข็มเจาะจะมีราคาสูงกว่าเข็มตอก แต่จะทำให้บ้านข้าง เคียงไม่เดือดร้อน เพราะไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนเหมือนเข็มตอก เหมาะสำหรับบ้านที่ปลูกติดกัน


  • ชนิดของปูนซีเมนต์

    ปูนซีเมนต์แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

  • ปูนชนิดที่หนึ่ง เป็นปูนที่มีความแข็งแรง มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะดีใช้สำหรับทำโครงสร้างที่ต้องการรับน้ำหนัก คือ ปูน Portland Cement เช่น ปูนตราดอกจิก,ตราช้าง จะมีราคาแพงกว่า

  • ปูนชนิดที่สอง จะมีความแข็งแรงน้อยกว่า เหมาะ สำหรับงานที่ต้องการความปราณีตเรียบร้อย เช่น งานฉาบปูน หรืองานก่อ ซึ่งการรับน้ำหนัก และการยึดเกาะจะสู้แบบแรก ไม่ได้ คือ ปูนSilica Cement เช่น ปูนตรางูเห่า ตราเสือ จะ มีราคาถูกกว่า

  • การใช้งานต้องใช้ให้ถูกประเภทของงาน มิฉะนั้นจะ ทำให้เกิดปัญหาในการรับน้ำหนัก หรือการแตกร้าวได้ ซึ่งจะ มีอันตรายมาก



    ส่วนผสมของคอนกรีต

    สัดส่วนของคอนกรีต จะมีสัดส่วนปูนซีเมนต์ต่อทราย ต่อหิน ดังนี้
    สัดส่วน 1 : 1.5 : 3 จะเป็นงานเสาและโครงสร้าง
    สัดส่วน 1 : 2 : 4 จะเป็นงานพื้น, คาน
    สัดส่วน 1 : 2.5 : 4 จะเป็นงานถนน ฐานราก
    ปูนซีเมนต์ที่ใช้จะต้องถูกต้องตามชนิดของการใช้งาน ทรายและหินต้องสะอาด ขนาดได้ตามที่ต้องการ การตวงวัสดุควรใช้กะบะตวงที่ได้มาตรฐานแทนการ ใช้บุงกี๋ซึ่งไม่แน่นอน