Fiberlane Cerent Siara Cyras – History
August 21st, 2010
![cerent-siara[1]](http://www.greatnote.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/cerent-siara1.jpg)
![logo[1]](http://www.greatnote.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/logo1.gif)
![]()
![]()
![Redback1[1]](http://www.greatnote.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/Redback11.jpg)
พอดีเคยเข้าไปทำงานกับหนึ่งในบริษัทข้างต้นซึ่งโดยรวมแล้วมีประวัติที่น่าสนใจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเลยจดประวัติไว้หน่อย เริ่มจากบริษัท Fiberlane Communications ที่ก่อตั้งโดย Raj Singh, Ajaib Bhadare และ Vinod Khosla ประมาณปี 1995 ทำ products ทางด้าน optical platform ที่เป็นจุดกำเนิดสำคัญของอุปกรณ์ optical platform หลายยี่ห้อในปัจจุบันซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป
บริษัท Fiberlane ตั้งมาได้สองปี ก็เริ่มมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแนวทางการพัฒนา products โดยมีการแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกจะมุ่งเน้นไปทาง voice ในขณะที่กลุ่มที่สองมุ่งเน้นไปทาง data ในที่สุดในปี 1997 ก็มีการ split ออกเป็นสองบริษัท ได้แก่ บริษัท Cerent และ บริษัท Siara ในขณะที่มีกลุ่มย่อยๆใน Fiberlane แยกออกมาตั้งอีกบริษัทหนึ่งคือบริษัท Cyras ต่อมาในปี 1999 Cisco ก็ซื้อบริษัท Cerent ด้วยมูลค่า 8 พันล้านเหรียญ และก็เอา Cerent 454 ไปพัฒนาต่อเป็น ONS 15454 ซึ่งเป็น MSPP ตัวหลักของทาง Cisco ต่อมา สามเดือนต่อมาในปีเดียวกันหลังจาก Cisco ซื้อ Cerent ทาง Redback ซึ่งตอนนั้นทำแต่ทางด้าน Subscriber Management System ก็ซื้อ Siara ที่มูลค่า 4.3 พันล้านเหรียญ และเริ่มวางแผนจะทำตลาดทางด้าน Optical Platform เช่นกัน โดยตั้งชื่อ Family ใหม่นี้ว่า Smartedge ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็น MSPP ที่ฉลาดมากเมื่อเทียบกับ traditional SDH/DWDM ของยี่ห้อใหญ่ที่มีอยู่ในตอนนั้น ที่รู้เพราะได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำตลาดให้ Smartedge ในช่วงนั้นด้วย ส่วนกลุ่มที่ไปตั้งบริษัท Cyras สุดท้ายก็ถูกบริษัท Ciena ซื้อไปด้วยมูลค่า 2.6 พันล้านเหรียญ สรุปแล้วว่ากันว่า การ split ของ Fiberlane และการขายต่อของบริษัทต่างๆทำให้มีคนเป็น millionaire ไปไม่ต่ำกว่า 200 คน กลุ่มคนที่เคยทำที่ Fiberlane ยังได้ออกไปมีส่วนร่วมในการก่อตั้งบริษัททางด้าน Optical Platforms อีกมากมายเช่น Calix Networks, Kromos Technology, Cratos Networks, Optovation, iNara Networks เป็นต้น
สำหรับ Cisco นั้น ผมติดตามด้วยความสนใจว่าจะบุกตลาด Optical ได้มากแค่ไหน ใจก็แอบเชียร์อยู่เพราะจากที่ได้สัมผัส ONS15454 ก็ยอมรับว่าตัว product เองนั้นดีจริงๆ (จริงๆก็มาจาก platform ที่เริ่มจาก Fiberlane เหมือนกัน) นอกจาก Cerent แล้ว ต่อมา Cisco ก็ซื้อ Monterey และ Pirelli System มาอีก โดย product Monterey นั้น Cisco เลิกไปในปี 2001 ส่วน product ของ Pirelli ก็กลายมาเป็นรุ่น ONS 15808 ของ Cisco แต่ก็ถูกเลิกไปในปี 2005 ล่าสุดเพิ่งเห็นข่าวว่า Cisco ไปซื้อ บริษัท CoreOptics ด้วยมูลค่า 99 ล้านเหรียญ ก็ต้องคอยติดตามว่า Cisco จะเดินไปอย่างไรในตลาดของ Optical Platform นี้
Show Thumbnails for mpg, avi, mp4 in Explorer
July 1st, 2010
เวลาเรา edit video ถ้าสามารถ show รูป thumbnail ของ video ที่ถ่ายมาใน explorer เลยจะช่วยให้เลือกไฟล์ได้ง่ายขึ้น แต่บางทีเวลา view thumbnail แล้ว video file พวก mpg ไม่โชว์รูป video วิธีการอันหนึ่งที่ลองใช้ไ้ด้ผลคือใช้ command “regsvr32 shmedia.dll” ซึ่งเป็นการ register ให้ show thumbnail ของ mpg, avi ถ้าต้องการ unregister ก็ใช้ command “regsvr32 /u shmedia.dll” ส่วน mp4 บางทีไม่ยอม show ก็ให้ลองใช้วิธี add registry เข้า ไป โดย save ด้านล่างให้เป็น file นามสกุล .reg แล้ว double click เพื่อ add registry
Windows Registry Editor Version 5.00
[HKEY_CLASSES_ROOT\.mp4\ShellEx\{BB2E617C-0920-11d1-9A0B-00C04FC2D6C1}]
@=”{c5a40261-cd64-4ccf-84cb-c394da41d590}”
อย่าลบบรรทัดแรกออกนะไม่งั้นจะไม่ work และจะให้ show thumbnail ของ file อะไรก็ให้แก้นามสกุลเอา แต่ที่สำคัญใน windows ต้องมี codec ที่จะ play file พวกนี้ด้วย ผมลง VLC ก็ play ได้ครอบคลุมแทบจะทุกนามสกุลแล้ว เล็กดีด้วย ไม่ลงอะไรเยอะแยะที่เราไม่ต้องการเหมือน K-Lite
แจกลูกสะกดคำ
June 7th, 2010
ไม่แน่ใจว่าลืมหรือครูเราสมัยเด็กไม่เคยใช้คำนี้ แต่ที่โรงเรียนลูกให้มาสอนทำแจกลูกสะกดคำ เลยต้องหาความรู้สักหน่อย ขอขอบคุณครูโหลมากๆเลยครับที่ทำเอกสารที่มีประโยชน์มาก
WSS Component for ROADM
June 4th, 2010
ส่วนประกอบที่สำคัญของ ROADM ก็คือ WSS (Wavelength Selective Switching) ซึ่งเพิ่มความ Flexible ในการจัดการกับ wavelengths มากกว่า WB (Wavelength Blocker) แบบเดิมๆ WSS Component ค่อยๆเปลี่ยนมารองรับ spacing ที่ 50 GHz เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เป็น 100 GHz ผู้ผลิต WSS Component รายใหญ่ก็คือ JDSU คู่แข่งที่สำคัญก็คือ Finisar, Capella และ CoAdna โดยเฉพาะ Finisar กำลังมาแรงมากครับในตลาดของ 50 GHz

Dreambox
May 27th, 2010
Dreambox คือ Set top box ที่ใช้ Linux เป็น base ความที่สามารถทำ Emulate CAM ได้เป็นส่วนสำคัญที่นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย หลักการคือสามารถใช้ CAM แบบที่เป็น software แทนที่จะเป็นแบบ Physical Module โดยแบบ software ก็สามารถเรียกข้อมูลสำหรับทำ authentication จาก server ใดที่ทำการ share card ไว้ ผ่าน network ทั้งนี้ CA หรือ Conditional Access คือกลไกในการ encrypt และ decrypt digital content ที่ส่งมาทาง satellite หรือ cable โดยต้นทางจะ encrypt content ด้วย control word (8 byte) เป็น secret key โดย control word นี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และต้นทางก็จะส่ง encrypted control word หรือ ECM มายัง receiver ทั้งนี้ receiver จะสามารถ decrypt ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการ authorize เท่านั้นด้วย EMM หรือ encrypted management message
เวลา backup กับ restore ถ้าเครื่อง hang หรือมีปัญหาเรื่อง boot อ่านดูแล้วเหมือนต้องทำทั้งใช้ dreamup เพื่อ flash file .img แล้วตามด้วย flashwizardpro ด้วย file .fw2 ซึ่งจะมีพวก CAM, skin, การเรียงช่องต่างๆเลย แต่ไม่แน่ใจว่าเฉพาะ dreamup จะได้กลับมาหมดหรือเปล่า วิธี backup ก็มีแบบให้ใช้ dreamup โดยใช้สาย null และต่อสาย LAN ไว้ด้วยเพื่อความรวดเร็ว แต่มีบางคนก็บอกให้ใช้แบบ telnet ได้ ตามข้างล่าง
ทำตามคุณ NewDream เคยโพสไว้นะครับ ใช้ computer telnet ไปที่ IP ของ dreambox โดยใช้ โปรแกรม Command prompt โดย login ด้วย root และ pwd = dreambox ถ้าไม่ได้เปลี่ยน แล้วใช้คำสั่ง
cat /dev/mtd/3 > /tmp/backup.img
ก็จะได้ backup ไฟล์แล้วแต่ยังดูใน เครื่อง dreambox เสร็จแล้วใช้ dcc ก๊อปไฟลล์ออกมาจาก /tmp ครับ ชื่อไฟลล์ backup.img เวลาจะใส่กลับ ก้อใส่ไฟล์ backup.img เข้าไปที่ /tmp แล้วสั่งด้วย telnet เหมือนเดิม พิมพ์ทีละบรรทัดแล้ว Enter รอจนมันขึ้นบรรทัดใหม่ แล้วก็พิมพ์คำสั่งบรรทัดต่อไป จนถึง reboot
cd /tmp
eraseall /dev/mtd/3
cp backup.img /dev/mtd/3
rebootทั้ง หมดนี้ใช้เวลาไม่เกิน 3 นาทีครับ ไม่ต้องใช้ สาย null modem ผม ใช้วิธีนี้อยู่ ไม่เคยเกิดปัญหาเลยครับ
ja ก็คือ yes เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า ใช่ครับ กดปุ่มนี้ จะแปลว่า หลังจาก Flash เสร็จ ให้ตั้งค่าดั้งเดิมเป็นค่าเดิมเริ่มต้น (set full original default) เป็นผลให้ เมื่อปิดแล้วเปิดกล่องใหม่หลัง Flash เสร็จ จะเป็นภาษาต่างดาว หรือภาษายึกยือ อ่านไม่ออกและ Font ส่วนมากจะโดนลบทิ้ง nein แปลว่า ไม่ ก็คือ Flash เสร็จ ไม่ต้องทำการตั้งค่าตามเดิม ครับ ผลที่ได้ก็คือ ได้ Image ที่เรา Flash ลงไปตามต้องการ มีบาง image ที่กดได้ทั้ง ja และ nein เพราะตัว image ได้ตั้งล็อคค่าไว้ ไม่ให้สั่งตั้งค่าตามเดิม บางท่านที่เคยลง image เลยอาจจะงงว่าทำไมบาง image ก็กด ja ได้ เป็นเพราะเหตุดังกล่าวนี้เองครับ
Download โปรแกรม DCC เปิดโปรแกรม connect ไปที่ dreambox (กด remote, setup => expert setup => communication) เมื่อ connect ได้กด FTP กด ไปที่ var => etc => cccam.cfg กด mouseขวาเลือก edit ก็อปปี้โค้ดที่เขาให้ไปไว้ที่นี่ แล่ว save
ในกรณี ที่เปน mgcamd กด ไปที่ var => keys => newcamd.list กด mouseขวาเลือก edit ก็อปปี้โค้ดที่เขาให้ไปไว้ที่นี่ แล่ว save ไปที่เครือ่ง dreambox กดปุ่มฟ้าเข้า blue panel หา cam ที่เราใช้ กะ S*** เสร้จ กด สีเขียว start cam
ถ้าจะซื้อ dreambox ที่นี่ราคาดีแต่เฉพาะเครื่องอย่างเดียว http://www.boransat.net/board/index.php?topic=7911.0
ดู dreambox จาก PC ให้ browse ไปที่ ip ของ db และเลือกช่อง แล้วกด Vpid ด้านบน ให้ใช้ VLC 0.8.6 แตกต่างจริงเพราะลองแล้ว http://download.videolan.org/pub/videolan/vlc/0.8.6/win32/ และให้ set video output เป็น DirectX และ turn off YUV>RGB Conversion ใน DirectX Setting ด้วย
Jitter and Wander
May 10th, 2010
เคยเขียนไว้หลายปีมาแล้วแต่ยังไม่เคยเอามาเก็บใน Blog
….ความหมายของ Jitter และ Wander นั้นมักจะถูกลืมบ่อยผมจึงขอนำมาสรุปไว้ในที่นี้ จริงๆแล้วคำว่า jitter ตามศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นจะแปลว่าอาการประหม่าลุกรี้ลุกรนหรือแกว่งส่วนคำว่า Wander นั้นก็จะแปลว่าเร่ร่อนไปเรื่อยไม่มีจุดหมายซึ่งเดี๋ยวเราก็จะเห็นว่าเป็นความหมายที่ไม่เลวเหมือนกันเมื่อเทียบกับปรากฏการณ์ในทาง SDH ที่เรานำมาใช้ ก่อนอื่นผมอยากเทียบในลักษณะอุปมาอุปไมยเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการจำ สมมติว่าเรานัดสาวหรือหนุ่มเจอกันทุกวันในตอนเย็นเวลาหกโมงแล้วเขามาหกโมงสิบห้าทุกทีไปผมถือว่าคุณโชคดีแล้วนะครับคือถึงแม้ว่าเขามี delay แต่เขาก็ไม่มี jitter คุณสามารถคาดการประมาณเวลาได้ แต่ถ้าคุณเธอมาหกโมงสิบห้าบ้าง หกโมงครึ่งบ้าง ห้าโมงห้าสิบบ้าง เอาแน่ไม่ได้นั่นแสดงว่าแฟนคุณมี jitter ครับ และถ้าเขามา หกโมงตรงในวันแรก หกโมงหนึ่งนาทีในวันที่สอง หกโมงสองนาทีในวันที่สาม หกโมงสามนาทีในวันที่สี่ เพิ่มขึ้นทีละนิด ก็จะเรียกได้ว่าเขามี wander ซึ่งจริงๆแล้วก็คือปรากฏการ์ณเดียวกันนั่นแหละครับเพียงแต่ว่าแกว่งน้อยแกว่งมากนั่นเอง
ทีนี้มาดู jitter กับ wander ของสัญญาณไฟฟ้ากัน jitter และ wander นั้นโดยทั่วไปก็จะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นสัญญาณรบกวน การเสื่อมคุณภาพของ clock ที่ใช้ กระบวนการ mapping signal ของ SDH และ กระบวนการปรับ pointer ใน SDH รูปด้านล่างนี้แสดงถึงปรากฏการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี แต่อาจจะต้องพิจารณาละเอียดนิดหนึ่ง

แถวบนสุดจะเป็นสัญญาณที่ไม่มี jitter แถวกลางจะเป็นสัญญาณที่มี jitter อยู่ซึ่งจะเห็นว่าเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าเมื่อเทียบกับแถวบน ส่วนแถวล่างสุดจะเป็นการเอาระยะเวลาที่แถวกลางเบี่ยงเบนไปจากสัญญาณในแถวบนมา plot เทียบกับเวลาและไอ้เจ้ากราฟตัวนี้เองแหละครับที่มักจะเรียกกันว่ากราฟของสัญญาณ jitter ถ้าความถี่ของสัญญาณ jitter นี้มีค่าต่ำกว่า 10 Hz ไอ้เจ้าสัญญาณนี้ก็จะถูกเรียกว่า wander แทน แค่นี้เองครับเรื่องของ jitter และ wander
ทีนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมก็คือหน่วยของขนาดของ jitter กับ wander นั้นต่างกัน โดย jitter นั้นจะใช้หน่วยในลักษณะสัมพัทธ์(relative) กับระยะเวลา 1 รอบของสัญญาณปกติ เช่นในสัญญาณแถวบนมีช่วงเวลาแต่ละ period หรือแต่ละ pulse เป็น 10ms เราก็จะเรียก 10ms นี้ว่า 1 UI ซึ่งย่อมาจาก Unit Interval จากนั้นขนาดของสัญญาณ jitter นี้ก็จะเทียบกับหน่วย UI นี้เช่นถ้าสัญญาณที่มี jitter อยู่มาช้าไปกว่าที่ควรจะเป็นไป 1ms ก็จะถือว่าสัญญาณ jitter มีขนาดเท่ากับ 0.1UI ดังนั้นจะเห็นว่าขนาดของสัญญาณ jitter นั้นไม่ขึ้นกับอัตราความเร็วของระสัญญาณเนื่องจากเราเทียบกับช่วงเวลาหนึ่งคาบของแต่ละระดับสัญญาณเอง ก็เหมือนกับว่าถ้าเรานัดเจอกันวันพุธแล้วมาสายไปครึ่งวัน กับเรานัดเจอตอน 12 โมงแล้วมาสายไปครึ่งชั่วโมงก็จะมีค่า jitter ที่เท่ากันคือ 0.5UI นั่นเองครับ ส่วนหน่วยของ wander นั้นคงจะมาใช้แบบ jitter ลำบากเพราะว่ามีค่าน้อยมาก ดังนั้นมาตรฐานก็เลยกำหนดว่าให้ใช้เป็นค่า absolute ในหน่วยของ ns แทน
ในการทำงานทั่วไปกับอุปกรณ์นั้นเรามักจะวัดค่า Jitter กันอยู่สามประเภทด้วยกันคือ Output Jitter, Jitter Tolerance และ Jitter Transfer การวัด Output Jitter นั้นจริงๆแล้วมีอยู่สองส่วนคือการวัด Output Jitter จาก port ของอุปกรณ์กับการวัด Output Jitter จาก Interface ที่มาจาก Network ซึ่งมาตรฐานที่มากำหนดก็จะต่างกันด้วยนะครับ วิธีการวัด Output Jitter ก็ทำตามรูปด้านล่างนี้ครับ โดยอันบนเป็นการวัด Jitter ที่เกิดจากอุปกรณ์ ส่วนด้านล่างเป็นการวัด Jitter ของ interface ฝั่ง network สังเกตว่าเราแค่วัด output ของอุปกรณ์เท่านั้นส่วนขา Tx ของเครื่องมือวัดอาจต่อเข้ากับ Rx ของอุปกรณ์หรือ network เพื่อไม่ให้มี Alarm เท่านั้น เครื่องมือวัดจะเอาสัญญาณที่กำลังจะวัดไป generate สัญญาณที่ไม่มี jitter ได้เองเพื่อเอามาเปรียบเทียบกับสัญญาณที่จะวัดอีกทีหนึ่ง

การวัด Jitter อีกประเภทก็คือการวัด Jitter Tolerance ซึ่งก็จะเป็นการวัดว่าอุปกรณ์สามารถทนต่อสัญญาณที่มี jitter ได้มากน้อยแค่ไหนก่อนที่จะมี error เกิดขึ้นโดยจะมีการ setup ดังรูปด้านล่างนี้

ซึ่งวิธีการก็คือยิงสัญญาณที่มี jitter ที่ความถี่ต่างๆเข้าไปที่ port Rx แล้วทำการ loop สัญญาณกลับแล้ววัด BER ที่ port Tx ของอุปกรณ์ จากนั้นค่อยๆเพิ่มขนาดของ jitter ที่ความถี่ต่างๆขึ้นจนกระทั่งเกิด error ขึ้นก็จะได้ค่า maximum jitter torelance
การวัด jitter ประเภทสุดท้ายที่ผมขอพูดถึงก็คือการวัด Jitter Transfer Function โดยจะเป็นการวัดว่าอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์นั้นมีการขยายหรือลดทอน jitter อย่างไรโดยมีขั้นตอนในการวัดเป็นดังรูปด้านล่าง

โดยเครื่องมือวัดจะยิงสัญญาณที่มี jitter ขนาดสูงๆแต่ยังไม่เกินค่า tolerance ของอุปกรณ์เข้าไป แล้วทำการวัด Jitter ของสัญญาณขาออกอีกฝั่งหนึ่งโดยเครื่องมือวัดก็จะยิง jitter ที่ความถี่ต่างๆกันเพื่อวัดเป็นค่า Transfer Function ออกมา
ก็คงจะครบถ้วนแล้วนะครับสำหรับเรื่องของ jitter ส่วนการวัด wander นั้นค่อนข้างยุ่งยากต้องใช้เวลาและต้องใช้ clock ที่มีคุณภาพสูงมากๆมาเป็นตัวเปรียบเทียบจึงไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ ถึงตรงนี้ทุกคนก็คงจะทราบแล้วว่า delay, jitter และ wander ต่างกันอย่างไร สวัสดีครับ
iTunes Registry Settings Error
May 4th, 2010
I got an error message when opening the iTunes
“The registry settings used by the iTunes drivers for importing and burning cds and DVDs are missing?”
Following the instruction below solved the problem
Make sure you have iTunes inslled (and if you uninstalled the GEAR driver reinstall it) Ok now go to the registry (start->run->regedit.exe) and look for “HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\System\CurrentControlSet\Control\Class{4D36E965-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”. Right click in the right section and select “New->Multi-String Value”. Name it “UpperFilters”. Right click on it and select “Modify” Enter “GEARAspiWDM” 9press enter to move to the next line and click ok) into the “Value Data”. Restart and Voila it should be fixed.
My Perfect Headphone System (for now)
April 6th, 2010
FTTX Quick Summary
April 5th, 2010

ทั่วไป
FTTx เทคโนโลยีคือการส่งข้อมูลผ่านสายไฟเบอร์ไปยังปลายทางที่อาจเป็น Node, Curb, Building หรือ Home ซึ่งมักจะเรียกกันว่า FTTN, FTTC, FTTB และ FTTH ตามลำดับ ทั้งนี้ เทคโนโลยี FTTx ยังสามารถแบ่งได้เป็นสองลักษณะ คือ P2P (Point-to-Point) และ P2MP (Point-to-Multipoint) ซึ่ง ลักษณะของ Point to Multipoint นี้เอง ที่ใช้เทคโนโลยี PON ที่เรียกกันทั่วไปซึ่งย่อมาจาก Passive Optical Network ส่วนประกอบของ PON Network จะประกอบไปด้วย OLT, Splitter และ ONU
กลไกที่สำคัญ
กลไกที่สำคัญใน PON ได้แก่ กระบวนการ Ranging, กระบวนการทำ Dynamic Bandwidth Allocation และกระบวนการทางด้าน security โดยกลไกทางด้าน Ranging คือกระบวนการในการวัดระยะเวลาในการส่งข้อมูลถึงแต่ละ ONU เพื่อให้สามารถทราบค่า Offset ทางเวลาได้ ส่วนกระบวนการ Dynamic Bandwidth Allocation คือกระบวนการในการปรับ Bandwidth ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละ ONU และแต่ละ Application ตาม criteria ที่ต้องการ
มาตรฐานของ PON
PON มีมาตรฐานแบ่งเป็นสองค่ายด้วยกันได้แก่ทางฝั่ง ITU และ ฝั่ง IEEE โดยทางฝั่ง ITU มีผู้พัฒนามาตรฐานหลักคือทางกลุ่ม FSAN มาตรฐานในกลุ่มนี้ได้แก่ APON, BPON, GPON และ 10G-PON หรือ XG-PON ในอนาคต ส่วนทางฝั่ง IEEE มีมาตรฐานได้แก่ GEPON และ 10G-EPON ซึ่งเพิ่งจะ finalize ไปเมื่อปลายปี 2009 ในอนาคตอาจจะมีมาตรฐานของ PON ในส่วนอื่นๆ เช่น WDM-PON เป็นต้น
ข้อมูลทางการตลาดของ PON
PON Deployment ส่วนใหญ่ในโลกมากกว่า 60% อยู่ในภูมิภาค Asia โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเทคโนโลยี GEPON ส่วน Deployment ในภูมิภาคยุโรป และ อเมริกา จะเป็น GPON บริการของ PON มักจะอยู่ในลักษณะ Triple Play คือให้บริการ Voice, Data และ Video ไปพร้อมๆกัน โดย Video จะเป็น IPTV โดยการต่อสาย LAN จาก ONU ไปเข้า Set Top Box และต่อจาก Set Top Box ไปเข้า TV โดยอาจจะเป็น Interface Audio/Video หรือ HDMI ขึ้นอยู่กับความละเอียดที่ให้บริการ
ส่วนอัตราความเร็วของ GPON ในปัจจุบันก็จะมี Downstream อยู่ที่ 2.5 Gbps และ Upstream อยู่ที่ 1.25 Gpbs ในขณะที่ อัตราความเร็วของ GEPON จะมี Downstream และ Upstream อยู่ที่ 1 Gbps โดยประมาณ
WiMAX Update
March 3rd, 2010
อ่านสรุปของ Infonetics ได้ความว่า WiMAX มีการเติบโตขึ้นพอสมควรในปี 2009 โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น 75% ตอนนี้มีผู้ใช้ทั่วโลก 6.8 ล้านคน ยี่ห้อที่มี Market Share ของ Equipment กับ Device รวมกันเป็นอันดับหนึ่งคือ Motolora ที่สองตามมาติดๆคือ Alvarion ส่วน Huawei มีอัตราการเติบโตสูงมากที่สุด ปัจจุบันเป็นมาตรฐาน 802.16e ในอนาคตอันใกล้จะเป็นมาตรฐาน 802.16m ผู้ให้บริการรายใหญ่ๆได้แก่ Clearwire ใน US, Yota ใน Russia, UQ ใน Japan ส่วน Vendor ที่ทำ WiMAX ได้แก่ Airspan, Alcatel-Lucent, Alvarion, Aperto, Aviat, Cisco, GreenPacket, HTC, Huawei, Motorola, NEC, Nokia Siemens, POSDATA, Proxim, Redline, RuggedCom, Samsung, Tellabs, Vecima, ZTE, ZyXEL
RSS

